มีเรื่องเล่าให้ฟังว่าวันก่อนเจ้านายสั่งให้ไปประชุมกับลูกค้าต่างชาติ แค่ฟังไม่ออกเลยว่าคุยอะไรกัน สิ้นประชุมเร่งกลับบ้านเปิดเน็ตหาคอร์สติวภาษาอังกฤษให้อยู่หมัด แต่เห็นคอร์สเรียนเต็มไปหมด เลยต้องตามหาเพื่อนเก่าที่เป็นติวเตอร์ฟีดแบค
ขั้นแรกต้องสำรวจตัวเองก่อน
ถอยมานั่งคิดดีๆว่าทักษะอังกฤษเราติดขัดตรงไหน พอเปิดเกมภาษาอังกฤษเล่นก็ปิ๊งเลย ปัญหาใหญ่คือฟังคำศัพท์ไม่ออก แถมรูปประโยคพื้นฐานยังไม่แม่น แบบเห็นฝรั่งพูดยาวๆเป็นประโยคสักสามวินาที หัวเราก็จะลอยฟ้าแล้ว
วิธีการหาคอร์สเรียน
เริ่มจากถามไอเพื่อนที่เคยติวให้ดารา เธอบอกว่าควรเลือกตามรูปแบบที่เหมาะกับนิสัยเรา ลองทำลิสต์คอร์สที่พอจะหาได้ตามนี้:
- คอร์สออนไลน์ยัดวีดีโอ – เหมาะกับคนชอบตื่นตีห้ามานั่งเรียน คนที่ไหนเค้าเรียนกันทั้งเดือน
- กลุ่มตัวต่อตัวผ่านแอพ – แพงหน่อยแต่แก้จุดอ่อนได้ตรงเป๊ะ
- คลาสในห้องเรียนสด – พวกสถาบันสอนภาษาแบบมีเพื่อนร่วมวง
- คอร์สแบบมีโค้ชส่วนตัว – อันนี้ต้องจ้างครูมาคุยกับเราแบบส่วนตัวเลย
- พวกเว็บบอร์ดแลกเปลี่ยนภาษา – แบบใช้ไลฟ์คุยสลับกันสอนภาษา เราเปิดไท้ออกไปเลย
ขั้นตอนทดลองเรียน
เริ่มสมัครคอร์สออนไลน์ฟรีดูก่อน แวบแรกดูโอเคแต่เรียนไปสองอาทิตย์รู้สึกเหมือนโดนปล่อยแพะ คือครูเค้าพูดตามสคริปต์เป๊ะๆไม่มีทางถามได้ เลยเปลี่ยนไปสมัครทดลองเรียนคลาสสด ครูฝรั่งพยายามพูดช้ามากแต่หูเราก็ยังตามไม่ทันอยู่ดี
ลองม้วนสุดท้ายซื้อแพ็กเกจเรียนตัวต่อตัวผ่านแอพนัดครูตอนเช้าๆ รู้สึกเลยว่านี่แหละใช่! เวลาฟังไม่ทันขอให้เค้าพูดซ้ำได้ ครูเค้ายังขยายเสียงศัพท์คำต่อคำให้ฟังจนเข้าใจ อย่างคำว่า “negotiation” ที่เคยฟังเป็น “โนโก๊ะชิโดนัท” ก็เคลียร์ในวันเดียว
สรุปว่าคอร์สแบบไหนเวิร์คสุด
จากประสบการณ์คร่าวๆมีข้อสรุปแบบย่อ:
- ถ้าขี้เกียจหรือยุ่งจัด คอร์สออนไลน์ราคาถูกก็พอไปลุย แต่ต้องขยันทบทวนเอง
- ถ้าอยากแก้จุดอ่อนเร็วๆ ตัวต่อตัวแบบผ่านแอพเห็นผลที่สุด แม้จะแพงหน่อย
- ถ้าคนขี้เหงา คลาสเรียนสดหรือกลุ่มแลกเปลี่ยนภาษาจะช่วยได้ อย่างน้อยไม่ให้หลับเพราะได้เพื่อน
สุดท้ายเลยที่ฮึดมาก คือซื้อคอร์สตัวต่อตัวร่วมกับเรียนคอร์สออนไลน์แบบเนื้อหาฟรีเอามาประยุกต์ พอคุยกับครูก็ถามได้ว่ามือใหม่อย่างเราควรเน้นตรงไหน ใช้แค่เดือนเศษตอนนี้ฟังสำเนียงฝรั่งในที่ทำงานรู้เรื่องขึ้นเป็นกอง