ทำไมต้องเรียนไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ (5เหตุผลสำคัญไม่ควรมองข้าม)

0
38

วันนี้ฉันนั่งดูยูทูปแล้วเซ็งเลยอะ ตอนนั้นมีฝรั่งมาเมนต์ใต้คลิปถามว่า “Where you get those cool t-shirts?” เจ้าของช่องตอบกลับว่า “Thanks bro! It was a gift.” แล้วพวกนี้ก็คุยกันสนุก แต่พอดูคอมเมนต์ของตัวเองรู้สึกว่ามันแปลกๆ จำไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร เลยลองพยายามเลียนแบบเขียนแบบฝรั่งดู สรุปโดนแฟนถามว่าเมนต์นี้มันเวอร์ชั่นแปลกพิเศษจาก google translate หรือเปล่า ฮ่วย!

เจอทางตันเลยต้องศึกษาหาข้อมูล

หลังโดนเพื่อนแซวก็เซ็งโคตร แต่ละวันนั่งคิดว่าทำไมคนอื่นเมนต์สั้นๆแล้วดูออริจินอลจัง เราเขียนทีไรเหมือนเด็กอนุบาล เลยเปิดกูเกิลงมั่วๆด้วยคีย์เวิร์ด “ภาษาอังกฤษธรรมชาติ” โชคดีเจอบล็อกฝรั่งที่พูดตรงๆว่า “ถ้าอยากพูดให้สมองไม่สับสน ต้องรื้อโครงสร้างภาษาไทยในหัวทิ้ง” จิ้มลิงค์เข้าไปอ่าน หน้าแรกก็เจอบทความหัวข้อ “ทำไมแกรมมาร์ถึงสำคัญ” นั่นแหละจุดเริ่มต้น

เริ่มจากทำสิ่งที่โพสต์แนะนำมาแบบเข้มงวด ตอนแรกก็คิดว่าจะเวิร์กเหรอ อย่างวันหนึ่งจะสั่งกาแฟที่ร้านใหม่ เค้าถามกลับว่า “How would you like it made?” แทนที่จะตอบว่า “I want less sugar” แบบงงๆ ก็พยายามรวบยอดแบบที่บทความสอน “Could you make it with half the sugar?” ผลคือพนักงานยิ้มแป้น! (เข้าใจว่าถูกทางแล้ว) เลยทดลองต่อไปอีก 1 อาทิตย์เต็ม

5 อะไรเนี่ยที่ทำให้เปลี่ยนความคิด

  • เหตุผลแรก: ลดการต้องท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทอง ตอนจะใช้ passive voice ก็ไม่ต้องมานั่งท่องว่า verb 3 ต้องลงท้ายยังไง แค่ตั้งสติแล้วคิดว่า “ไอ้ตัวนี้มันโดนกระทำ ต้องเรียงประโยคกลับกัน” เจอแบบนี้ตลอด
  • เหตุผลที่สอง: หยุดอาการคาดเดาความหมายมั่วๆ ตอนเจอป้าย “Caution: Wet floor” ก่อนหน้านี้ก็มองผ่านๆ แต่วันที่เข้าใจแกรมมาร์แล้วรู้ทันทีว่า wet เป็น adj. ขยาย floor = พื้นเปียก! ไม่ต้องเสียเวลามานั่งเดา
  • เหตุผลที่สาม: เอาใจคนฟังไม่หลงทาง เคยส่งเมลหา client เขียนลงท้ายว่า “I waiting for your update” พอเข้าใจ tense เลยรู้ว่ามันห้วนเกินไป เปลี่ยนเป็น “I’ll be looking forward to hearing from you” ปรากฏว่าเค้าตอบกลับไวขึ้น 50%
  • เหตุผลสี่: ตัดสินใจใช้คำถูกแม่นยำ ตอนสั่งข้าวแกงกะหรี่ ตอนแรกจะบอกว่า “I want chicken curry” แต่พอรู้ว่าสถานการณ์นี้ควรเป็น Could I have…? พอพูดเปลี่ยนปุ๊บ แกะถุงข้าวให้เร็วขึ้นจังหวะนั้นเลยอะ
  • เหตุผลสุดท้าย: สร้างความมั่นใจแบบเห็นผล ประโยคเดิมๆ แกรมมาร์เป๊ะๆ ทำให้กล้าพูดเยอะขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลว่าเค้าจะมองว่าเราพูดไทยแลนด์อิงลิช

ตอนจบของเรื่องรู้เลยว่าความคิดตัวเองผิดมหันต์ แรกๆนึกว่าแกรมมาร์คือเรื่องของพวกเด็กเรียนเก่งหรือมนุษย์บันไดห้องสมุด แต่จริงๆมันคือสูตรทำอาหารนั่นแหละ ถ้าเราไม่รู้ว่าโซดาผสมน้ำเชื่อมยังไงมันก็ออกมาเป็นน้ำโซดาธรรมดาๆ แต่ถ้าเข้าใจสัดส่วนละก็… มีหวังทำชาเป๊ปซี่รสจัดได้เลย (แม่ง!) สรุปคือฟังแม่เถอะ ตอนเด็กๆที่ท่านสั่งให้ท่อง Present Simple นี่ท่านเห็นการณ์ไกลโคตรๆ