เริ่มจากเมื่ออาทิตย์ก่อน แฟนบ่นว่าอยากเรียนภาษาอังกฤษอีกรอบ แต่ติดว่าไม่มีตังค์จ่ายคอร์สแพงๆ เลยหันมาถามหาฟรีๆ ว่ามีมั้ย แหม… ก็เราเป็นคนชอบคว้าสิ่งดีๆ ฟรีมานี่นา เลยยกมืออาสาลองค้นให้เอง
ขั้นแรก : เตรียมตัวก็มึนแล้ว
เปิดกูเกิลทีแรก พิมพ์แค่ว่า “เรียนภาษาอังกฤษฟรี” พอเจอผลค้นหาเป็นสิบหน้าเลยอึ้ง ตาแทบปูด คราวนี้เปลี่ยนสเต็ปใหม่ ตั้งสตินั่งไล่เอาท์ไลน์เองก่อน ว่ามีแพลตฟอร์มแบบไหนที่เหมาะกับแฟน : เรียนผ่านมือถือได้ แบ่งเวลาวันละนิดได้ ไม่ต้องลงโปรแกรมให้ยุ่งยาก เน้นสำเนียงชัดฟังง่าย ที่สำคัญ – ต้องฟรีจริง ไม่งั้นอด!
ขั้นสอง : ลงสนามลุย (แล้วก็ท้อบ้าง ฮ่าๆ)
เริ่มคลิกจากเว็บแรกที่คนแนะนำกันเพียบ พอเข้าไปเจอหน้าตาเว็บ โหลดช้ามากกก คลิกทีไรต้องรอสักพัก เหมือนดักให้ขี้เกียจออกไป! พอเข้าไปถึงคอนเทนต์เรียนได้สักห้อง ปรากฎว่าคลิปเปิดไม่ขึ้นเลย โหลดครึ่งชั่วโมงไปกับคลิปเดียว นี่เราจะเรียนจริงหรือเปล่าเนี่ย? ล้มเลิกเว็บนี้ทันที อารมณ์เสีย
ขยับไปที่แอพยอดฮิตชื่อดังอันดับสองในสมาร์ทโฟน ดาวน์โหลดเสร็จเปิดทีแรกรู้สึกดี อินเทอร์เฟซสวยโพด! แค่พอกดเข้าไปเรียน เงิบ… อ้าว? ทำไมถึงมีปุ่ม “อัพเกรดเพื่อปลดล็อก” ขึ้นเต็มไปหมด โค้ชชิ่งบอกฟรี แต่เรียนได้แค่วันละ 5 นาทีเท่านั้น?! แค่ทำควิซเล็กน้อย อยากเห็นบทเรียนแบบเบิ้มๆ ต้องจ่าย! แบบนี้ไม่โอเคเลย เอาไปออก
ขั้นสาม : เจอแสงสว่าง (ที่มีระโยงระยาง)
ลองไปที่เว็บของสถาบันชื่อดังระดับโลก ดูน่าเชื่อถือ เจอคอร์สฟรีแยกไว้ชัดเจน ใจเต้นแรง! เป็นซีรีส์สอนแกรมมาร์เรียงระดับตั้งแต่ง่ายสุดยันยากเลยนะ แถมแต่ละคลิปสั้นๆ กินเวลาน้อย เผลอคลิกจนเพลินไปหลายคลิป แต่มาสะดุดตอนควิซท้ายบท ระบบไม่ยอมตรวจคำตอบให้เด็ดขาด! จะกดส่งทีไรก็ขึ้นให้จ่ายเงินเพื่อดูผลคะแนน นี่มันมาแบบนี้ได้ไง? อึดอัด… แต่เนื้อหาใช้ได้ เลยแบ่งเก็บไว้ส่วน “เรียนเนื้อหาฟรี แต่ระวังดักจ่ายตอนแบบฝึกหัด”
ไม่ยอมแพ้ ลองร่อนหาเว็บต่อแบบใส่คีย์เวิร์ด “เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี ไม่มีเงื่อนไข” กะจะเล่นตายกับคำค้นจนเจออะไรสักอย่าง แล้วก็เจอเว็บนึงแทบไม่ค่อยมีคนพูดถึง! รูปลักษณ์เว็บเรียบๆ ไม่หวือหวา เข้าไปเจอคอร์สจัดเรียงเป็นหมวด ตั้งแต่คำศัพท์ประจำวัน การฟังสนทนาง่ายๆ บทสนทนาเดลิเวอรี่ การเตรียมสอบ ไม่มีป้ายโฆษณาโผล่มาแจมให้รำคาญตา คลิกบทเรียนเข้าไปลึกๆ ก็มีคลิปสั้นๆ ให้ฟังจริง พอทำแบบฝึกหัดปุ๊บก็ตรวจเฉลยปั๊บ แจกแต้มให้เก็บได้เพื่ออัพเลเวล ดีงามมาก! ขนาดนั่งไล่ย้อนคลิปเก่าๆ ดูก็ไม่มีปัญหาว่าถูกลบไปแล้ว เว็บนี้รอดูแลอย่างดี แม้ไม่ดังแต่ใช้งานได้จริง! ใจคอโล่งเบาเลยนั่งรวบรวมลิสต์จนครบเป้าสายตาแฟน
สรุป 5 แพลตฟอร์มที่รอดเข้ารอบหลังทดลอง (ตามประสบการณ์เรา):
- แพลตฟอร์ม A (เว็บสถาบันดัง): เจ๊งตอนแบบฝึกหัด แต่บทเรียนหลักฟังฟรีดีมาก ใช้เป็นตัวปูพื้นหรือฟังซ้ำเสริมความเข้าใจได้ ข้อดีคือคลังใหญ่ สอนชัดๆ
- แพลตฟอร์ม B (แอพชื่อดัง): แอพใช้ง่าย สีสันสดใส ตัวล็อกข้อแม้เยอะ ใช้ได้แค่ทดลองชิมลางสั้นๆ เท่านั้น เหมาะสำหรับคนอยากลองสำรวจว่าชอบแบบแอพเรียนรึเปล่า
- แพลตฟอร์ม C (เว็บของแชแนล Youtuber สอนภาษา): โหลดเร็วคลิปไม่ค้าง เน้นสำเนียงและภาษาพูดในชีวิตจริง เหมาะอยากได้ทักษะฟัง-พูดในชีวิตประจำวัน แต่เนื้อหาไม่เป็นระบบ เหมือนวิ่งติ้มหาในเพลย์ลิสต์
- แพลตฟอร์ม D (เว็บรัฐบาลฝรั่ง): เน้นแกรมมาร์และหลักการเขียน แบบถึกๆ เรียนได้ฟรีไม่มีเงื่อนไขจุกจิก ข้อเสียคือเก่าไปหน่อย สไตล์การเรียนแบบตัวหนังสือล้วน อาจน่าเบื่อ
- แพลตฟอร์ม E (เว็บไซต์ Underdog ที่เราชอบสุดในรอบนี้!): ทุกอย่างฟรีจบครบในที่เดียว เรียนบนมือถือสะดวก คอนเทนต์อัปเดต บทเรียนสั้นๆ หยิบมาทำวันละหน่อย ตอบโจทย์แฟนเราเป๊ะ!
สรุปจากที่ลองมานะ : ของฟรีที่โคตรดีมีจริง! แค่ต้องอดทนและขยันคลิกสักหน่อย (เราลองมาเกือบครึ่งวัน 555) พวกที่ดังบนหน้าแรกกูเกิลหรือหน้าโซเชียล บางทีก็มีข้อแม้แอบซ่อน พลาดง่าย! ส่วนตัวชอบ E มากที่สุดในเรื่องใช้งานง่ายแบบไม่มีเงื่อนไข ส่วนคนที่อยากเน้นทักษะเฉพาะจริงๆ ก็ต้องผสมผสานกันสัก 2-3 แพลตฟอร์ม เรียนฟรีมันมีค่าต้องจ่ายด้วย “ความพยายาม” นี่แหละ หวังว่าจะเป็นไกด์ไลน์เล็กๆ ให้ใครตามหาบทเรียนดีๆ นะ รอดูว่าแฟนจะเรียนได้ครบ 30 วันมั้ย เดี๋ยวจะมาแจงผลอีกที! ✌️