บทเรียน ภาษา อังกฤษ สำหรับคนไม่มีพื้นฐาน เรียนยังไงให้เข้าใจง่ายที่สุด?

0
48

เฮ้ย! วันนี้จะมาเล่าให้ฟังเลยนะ ว่าเราเริ่มจากศูนย์ยังไง เราเองก็เคยแบบ…เปิดหนังสือมาก็มึน ตาลาย รู้สึกว่ามันยากเว่อร์ แต่ตอนนี้เริ่มไปได้สวยแล้ว!

เมื่อก่อนเราเนี่ย แย่มาก

ลองทำแบบนี้ก่อนนะ เราเริ่มจาก ท่องศัพท์ แบบมั่วๆ เปิดดิกชันนารีเล่มหนาเต๊อะ ค้นทีละคำ เขียนลงสมุดเป็นลิสต์ยาวเหยียด อ่านไปสองหน้า…ปิด書! ลืมหมด! รู้สึกว่าสมองมันรับไม่ไหวจริงๆ เหมือนยัดเฟอร์นีเจอร์ทั้งชุดเข้าไปในตู้เล็กๆ มันไม่ลงตัวเลย. 試แบบ อ่านแกรมมาร์ หนักเข้าไปอีก เปิดบทแรกเรื่อง Tense โอ๊ยย! มีสิบสอง Tense ตั้งแต่อดีตถึงอนาคตแบบต่างๆ ปวดหัวตึบ! ทำไมมันเยอะจัง ทำไมมันซับซ้อนนักไม่รู้! เรานั่งจ้องมันอยู่นานมาก แต่เข้าใจได้แค่นิดเดียวเอง.

เปลี่ยนท่า! หยุดท่อง หยุดแกรมมาร์หนัก

เราเลยไปเดินร้านหนังสือ อ่านมาหมด มันน่าจะมีวิธีง่ายกว่านี้เนอะ. แล้วก็ไปสะดุดตากับ หนังสือภาพ เล่มนึง! เป็นภาพสิ่งของในชีวิตประจำวันทั้งหมดเลย โต๊ะ เก้าอี้ แก้วน้ำ ฯลฯ ใต้รูปมีคำศัพท์ภาษาอังกฤษเขียนไว้ ชัดเจน! เราจับมาเปิดดู อ่าว! มันดูง่ายดีนี่! พอมี รูปภาพ มาเกี่ยวข้อง เราเริ่มมองเห็นและเชื่อมโยงได้เลย ไม่ต้องท่องเหมือนเมื่อก่อน!

เราลองเอามาใช้เลยแบบนี้:

  • กินข้าว: มองจาน ก็พูดในใจว่า “plate” มองช้อน ก็ “spoon
  • ไปตลาด: เห็นผลไม้ หลากหลาย “apple, banana, mango
  • นั่งห้องน้ำ: ก็ “toilet, soap, towel

เอาง่ายๆ เลย แค่ สิ่งของที่เห็นบ่อยๆ รอบตัวก่อน. ไม่ต้องเยอะ ไม่ต้องรีบ. จากนั้นก็เริ่มดู ป้าย รอบตัว ที่ห้างร้านต่างๆ มีภาษาอังกฤษเขียนไว้ด้วยไง เราก็มองแล้วพยายามอ่าน แรกๆ อ่านไม่ออก อ่านไม่ออก ก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวพอไปเห็นป้ายเดิมที่อื่นอีก ก็จะคุ้นๆ ตาไปเอง.

ใช้มือถือช่วย เดี๋ยวนี้มันสะดวก

เราถือโทรศัพท์ติดตัวตลอด ก็เลย ถ่ายรูป สิ่งของหรือฉลากสินค้าที่ไม่รู้คำศัพท์ เก็บไว้ก่อน. พอว่างๆ หรือกลับมาบ้าน ก็ค่อยเปิดดิกในโทรศัพท์ (หรือหนังสือภาพเรานั่นแหละ) มาหาความหมาย. สิ่งที่สำคัญคือ ถ่ายรูปแค่สิ่งที่เราสนใจและอยากรู้ ไม่ใช่ถ่ายมั่ว! เช่น เราเห็นขนมปังแบบใหม่ในซุปเปอร์ ตาค้าง ก็กดชัตเตอร์! แล้วก็นึกถึงว่าเมื่อเช้ากินขนมปังนี่ ภาษาอังกฤษเค้าเรียก “bread” นี่นา. มันก็เชื่อมโยงกันไป.

ผลที่ได้หลังจากลองมาสามเดือน

จริงๆ แล้ว ไม่ต้องรอสามเดือนหรอก แค่สักอาทิตย์สองอาทิตย์เนี่ย ความมั่นใจก็ขึ้นเยอะ! เรารู้สึกว่า ศัพท์พื้นฐานพวกนี้ มันติดอยู่ในหัวเราแบบไม่ต้องท่องแล้ว เพราะเจอบ่อย เห็นภาพชัด. เวลาได้ยินใครพูด หรือเห็นในหนังนิดๆ หน่อยๆ ก็แอบดีใจว่า “เฮ้ย! อันนี้เรารู้จักนะ!” แกรมมาร์พื้นฐานพวก Present Simple นี่เนี่ย มันก็มาเองจากประโยคง่ายๆ ที่เรียนหรือได้ยินไปเรื่อยๆ แรกๆ อาจจะแต่งประโยคผิดพลาดบ้าง แต่มันก็คือการเริ่มต้นที่ดี!.

ทีนี้เวลาเดินในห้าง เห็นป้าย “SALE” ใหญ่ๆ เรารู้ทันทีว่า “ลดราคา” นี่นา นี่ไงคือผลลัพธ์! มันอาจจะไม่ล้ำลึกหรือเป็นเทพภาษาอังกฤษเลย แต่มันคือก้าวเล็กๆ ที่สำคัญมากๆ สำหรับคนเริ่มต้นอย่างเรา!