ฉันเริ่มจากการเก็บหนังสือเรียนภาษาอังกฤษเก่าๆ ที่เคยซื้อทิ้งไว้เต็มตู้ เพราะรู้สึกว่าเสียดายตังค์ หลายเล่มเปิดแค่สองสามหน้าก็เลิกอ่านแล้ว งานนี้เลยลองเอาวิธีนอนกองในตู้มาใช้ใหม่ แรกๆ ก็ลองหยิบเล่มที่ดูง่ายสุดขึ้นมา เป็นหนังสือฝึกสนทนาพื้นฐานที่เคยซื้อตอนลดราคา
ขั้นตอนแรกที่ทำตาม: แค่หยิบหนังสือขึ้นมาไล่ดูก่อนหลังแบบไม่เครียด กะว่าจะอ่านวันละสองหน้า แต่จริงๆ แค่ครึ่งหน้าก็เริ่มง่วง สุดท้ายได้แต่พลิกดูรูปประกอบแล้วก็เอามือลูบบทสนทนาพร้อมบ่นว่า “พูดง่ายจัง ไม่เห็นมีใครมาคุยด้วย”
จุดพลิกผันอยู่ที่ถังขยะ
วันนึงเห็นสมุดเก่าหน้าปกสวยถูกทิ้งในถังรีไซเคิลหน้าหอ ก็เลยเก็บมา เปิดดูเจอว่ามันเป็นสมัดจดศัพท์เก่าของนักศึกษาไทยที่ไปแลกเปลี่ยน ข้างในมีคำแสลงภาษาอังกฤษเต็มไปหมด พร้อมตัวอย่างการใช้แบบขำๆ อย่าง “He’s a couch potato นี่คือหมอนั่นขี้เกียจสุดๆ อยู่บ้านเฉยๆ” มันทำให้ฉันปิ๊งไอเดียว่า อย่าเริ่มจากตำราสวยๆ ละ
- เริ่มเก็บหนังสือภาษาอังกฤษที่คนทิ้งตามห้องสมุดสาธารณะ
- เลือกเล่มที่มีคนขีดเขียนเต็มห้องมาร์คข้อความ
- ตามหาโน้ตแบบตัวอย่างนั่นเป๊ะๆ
ผลคือได้ตำราฟรีสิบกว่าเล่มในสองอาทิตย์ แถมหลายเล่มมีมือเก่าจดศัพท์แปลไทยไว้ข้างๆ กำมือดี!
ขั้นตอนทำจริงที่เวิร์คสุด
ก็อปปี้มือเก่าเป๊ะๆ เลย: เริ่มโดยหยิบหนังสือที่คนเขาขีดเส้นใต้คำศัพท์ไว้แล้ว แรกๆ แค่เปิดดูแล้วอ่านเสียงศัพท์นั้นๆ ตาม แม้จะไม่รู้ว่าอ่านถูกหรือเปล่า แต่พออ่านคำศัพท์คำนั้นในประโยคก็พอเดาได้ว่าคืออะไร ทำต่อจนครบหน้าที่เขามาร์คไว้ ช่วงแรกแค่นี้ก็เหนื่อยละ
พอทำหลายวันเข้าจึงย้ายขั้น: หยิบปากกาสีมาขีดเส้นใต้ศัพท์คำใหม่เพิ่มเอง เหมือนกับการตามหาสมบัติ กดดันตัวเองนิดหน่อยว่า “ต้องหาศัพท์ที่ไม่รู้เพิ่มให้ได้อย่างน้อยวันละคำ” ซึ่งบางวันหาไม่เจอก็ขีดซ้ำคำเก่าไปก่อน ฮ่าๆ
เทคนิคกระปุกเล็กๆ
ได้ศัพท์ใหม่ๆ มาแล้วก็ต้องทบทวน ใช้วิธีตัดกระดาษ A4 เศษเป็นสี่เหลี่ยมเล็กๆ เขียนคำศัพท์ที่ขีดเส้นใต้ในวันนั้นลงไป พกไว้ในกระเป๋ากางเกง เวลาเข้าร้านสะดวกซื้อหรือรอรถเมล์ก็หยิบขึ้นมาดู โดยตั้งกฏว่า “ห้ามแปลเป็นไทย” ให้พยายามนึกว่าคำนี้อยู่ในประโยคในหนังสือตอนไหน ถ้านึกไม่ออกค่อยเอาออกจากกระปุกมาทิ้งทีหลัง
สิ่งที่เจอคือ: ศัพท์ที่ซื้อกับตังค์ในเกมล่าแสลงเขาจิตใจกว่ามาก เช่นคำว่า “flabbergasted” ที่เจอในหนังสือนิยายมือสอง ฉันนึกภาพคนอ้าปากค้างตอนนั่งรถเมล์จนเกือบโดนพี่ขายตั๋วต่อว่า!
หาจุดจบที่เป็นจุดเริ่มต้น
พอครบเดือนก็ลองเอาวิธีนี้ไปคุยกับบิ๊กอ่างที่ทำงาน(เป็นตากลมแทนตำรา) เขาถามว่า “ทำไมไม่โหลดแอพฟรีไว้ฝึก?” คำตอบที่ได้เสียงหัวเราะกลับมาคือ: “มันไม่มีอะไรตื่นเต้นเท่าเปิดเจอหน้ายี้ๆ ที่คนทิ้งไว้ในตำราโบราณหรอกครับ!” ส่วนผลลัพธ์จริงๆ อย่าหวังอะไรมหาศาล ตอนนี้แค่เปิดยูทูบแล้วรู้สึกว่าฟังสำเนียงเจ้าของภาษาแตกกว่าเมื่อก่อนหน่อยนึง นั่นแหละพอละ