สอน ภาษา อังกฤษ tense แบบไหนดีกว่า? (เปรียบเทียบ 3 วิธีสอนเห็นผลไว)

0
40

เฮ้อ…ถ้าพูดถึงเรื่องสอน tense แบบฝันคืนนี่แหละ ตอนแรกมึงก็ลองมาหลายวิธีละ ใจเย็นๆก่อน

เริ่มจากวิธีแรก แม่มึงมันสั่งมาว่าสอนอังกฤษต้องแม่สูตร กูก็จัดเต็มสั่งเด็กท่อง S+V.2, was/were+* อะไรแบบนี้เป๊ะๆทุกวัน สิบห้าวันผ่านไป…ผลลัพธ์? นร.เอ๋อหน้าเดิม เอ๊ะอ้าวมันใช้ตอนไหนวะ? นี่บอกตรงๆ เด็กมันท่องได้แต่เอาไปใช้งานไม่เป้น พอเจอสถานการณ์จริงตาค้างทุกที สรุป นร.กับกฏเกณฑ์น่ะมันคนละเรื่อง มันไม่เคมีกันอะ

เปลี่ยนแผนยกแผง

มึงเปลี่ยนมาลองวิธีที่สอง ยัดเยียดสถานการณ์สมมติ กะว่าจับคู่ให้นร.ซ้อมบทสนทนาซะหนิ (เห็นว่าเค้าบอกว่าดูดี) แบ่งกลุ่มให้น้องชายกับพ่อแม่ คุยกันเรื่อง “พรุ่งนี้จะทำอะไร” กับ “เมื่อวานทำไรไป” เอาจริงๆตอนนั่งฟังเด็กซ้อมมันก็เฮฮาดี๊ดี แต่นี่ปัญหาใหญ่โตน่ะ—พอเจอข้อสอบหรือเขียนเรียงความเป็นอะไรก็ไม่รู้! พูดคล่องแต่เขียนมั่วโคตร มันไปกันคนละทางเลยอีกละซี

  • ความเฮงซวยตรงนี้: เด็กมันมัวแต่สนุกกับการเล่นบท แต่ดันไม่ได้เชื่อมโยงกับโครงสร้างแกรมม่า เท่าที่สังเกต—เวลาคนมันลนลานเนี่ย มันจดไวยากรณ์ไม่ลงสมองหรอก
  • สาเหตุหลักเลยมั้ย: มันขาดสัญญาณเชื่อมว่า “อ๋อ เหมารวมๆ” ระหว่างบทสนทนากับกฏ tense

สุมหัวรวมทาง

หมดปัญญาสุดท้ายกูเอาไอ้สองวิธีนั้นมาบี้รวมกัน นี่ขั้นแรกเลย—หยิบเรื่องใกล้ตัวสุดๆมา เช่น “กิจกรรมในโรงเรียนเมื่อวาน/วันนี้/พรุ่งนี้” ให้เขียนประโยคง่ายๆคนละสามข้อแยก tense เป๊ะ ให้เห็นกระดูกโครงแกรมม่าชัดๆ (พวกนี้มันต้องได้เห็นโครงสร้างก่อน) พอเขียนเสร็จ เอาไปแปะฝาผนัง ให้เป็นตัวอักษรขยับได้ แล้วก็เรียกเด็กมาลองสลับขั้วเวลาในกระดาษโน๊ตนั่นเลย เช่น “Yesterday I……” ให้เปลี่ยนเป็น “Tomorrow I will……” คราวนี้เด็กมันตาเป็นประกายว่ะ เพราะมันเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบชัดๆ ตอนนี้แหละที่กูเอาคุยสมมุติกลับมาใช้แต่คราวเอามาทีหลังกว่า เท่านั้นไม่พอ ขั้นต่อไปคือให้เด็กเอาโครงสร้างนั้นไปต่อยอดทำโปสเตอร์ผับเองตามเรื่องที่มันชอบ งานนี้แหละเฮฮา! นร.มันปล่อยของเต็มที่ เลือกทำตั้งแต่อาหารยันกีฬา

สรุปแล้ว… อย่าเพิ่งไปปวดหัวกับวิธีไหนดีสุด มันไม่มีหรอก เอาความเป็นจริงหน้ากาก: เด็กมันต้องเห็นโครงสร้างชัดๆก่อน แล้วค่อยเอาไปใช้สนุกๆ ไอ้ท่องอย่างเดียว ห่วย ไอ้เล่นอย่างเดียว ห่วย—นี่ถ้าไม่เอามาสุมรวมกันมันไม่เห็นทางหรอก