เริ่มจากกูเป็นคนไทยธรรมดาที่ฝันอยากไปเรียนภาษาอังกฤษที่ต่างประเทศมานาน อ่านรีวิวพวกคอร์สเรียนต่างแดนแล้วน่าสนใจมาก แต่ตอนแรกมึนตึ๊บเลยว่าต้องเริ่มยังไง ต้องทำไรก่อนหลังบ้าง เลยลงมือทำตามนี้เป๊ะๆ
ขั้นตอนแรก : ควักกระเป๋าดูก่อนเลย
ก่อนแม้แต่จะเปิดเว็บค้นหา กูลิสต์รายการค่าใช้จ่ายดิบๆ ในโน้ตมือถือแบบหยาบๆ :
- ค่าเรียน – แต่ละที่แพงต่างกันมโหฬาร
- ค่าที่พัก+ข้าว – แพงกว่าค่าเรียนอีกนะเฟ้ย
- ค่าตั๋วเครื่องบิน – ไป-กลับ+กระเป๋าโหลด
- ค่าวีซ่า+ค่าส่งเอกสาร
- เงินติดตัวเผื่อฉุกเฉิน – ห้ามต่ำกว่าสามหมื่น
เสร็จแล้วกูก็มานั่งทุบเครื่องคิดเลขแบบหน้าเครียด ปรากฎว่าต้องมีตังค์ขั้นต่ำสามแสนถึงจะรอด! เลยต้องไปนั่งขยี้หาคอร์สที่ถูกหน่อยกับเมืองที่ไม่แรงเกิน
ขั้นต่อมา : ตะกุยตีนหาที่เรียน
กูเปิดกูเกิลพรึ่บ อัดคีย์เวิร์ด “คอร์สภาษาอังกฤษต่างประเทศ” ราวกับคนบ้า กินเวลาสามวันซะเนี่ย มึนกว่าเดิมอีกเพราะข้อมูลเพียบ เลยยัดเงื่อนไขตัวเองใส่เกณฑ์คัดกรอง:
- ราคาพอฟัดพอเหวี่ยง (ไม่ใช่หลักล้าน)
- เรียนครบ 6 เดือนขึ้น – ระยะสั้นได้ไม่ค่อยเยอะ
- เมืองค่าครองชีพไม่แรง – เงี้ยสิงคโปร์กับอเมริกาตกไปทันที
- มีที่พักให้หรือช่วยจัดหา
เปรียบเทียงกันสักพักก็เหลือรั้งอันดับท้ายแค่เมืองลอนดอนกับเมืองมาลุง พอดีมีเพื่อนเคยไปมาลุงบอกบรรยากาศดีค่าใช้จ่ายเบา เลยตัดสินใจฟันธง!
อ้าว… เอกสารสิวะ!
พอได้ที่เรียนก็คิดว่าเรียบร้อยแล้ว จิ้มส่งใบสมัครออนไลน์ไป ปรากฎว่าโดนตีกลับเพราะขาดเอกสาร! เลยต้องรวบรวมใหม่แบบมือใหม่หัดขับ:
- พาสปอร์ต – หมดอายุอีก ต้องไปต่อหน้ากอง
- ทรานสคริป – ขุดไอ้เกลอเจอแล้วยื่นขอกับมหา’ลัยแบบเร่งด่วน
- หลักฐานการเงิน – ยื่นใบฝากแบงค์ บวกจดหมายรับรองจากสาขา
- รูปถ่ายหน้าตาแบบใสๆ – ถ่ายรูปฉากหลังขาวแบบแอ๊บแบ๊ว
- ผลวัดระดับภาษา – กูไม่มี! เลยต้องไปสอบ IELTS ฉุกละหุก
ขั้นตอนการสอบนี่โคตรเซ็ง เตรียมแทบทุบคอมเพราะหาคนสมัครร่วมไม่ติด กว่าจะได้นัดสอบท้ายที่สุด
ขั้นวิกฤต : ยื่นวีซ่า
กูเข้าเว็บยื่นวีซ่าแบบตัวสั่น กลัวกรอกพลาดมันกด submit ไม่ได้! เข้าๆ ออกๆ อยู่นานกว่าจะสมัครเต็มร่อง เลยต้องมานั่งนับวันรอให้ถึงวันเก็บลายนิ้วมือกับถ่ายรูปหน้าหน่วยงาน พอไปถึงก็แทบหัวใจวายเพราะลืมนัด! ต้องลงทุนรอคิวถึงสามชั่วโมงถึงได้เข้าระบบ
นี่แหละจุดที่มึนสุดๆ ตอนไปสัมภาษณ์ทางวิดีโอคอล เขาถามเป็นภาษาอังกฤษแบบไวปรี้ด จนลิ้นพันกันแค่คำว่า “Yes” กับ “No” ก็ยังสลับกัน! แต่ยังไงก็บ้าไปรอดอ่ะ
แล้วก็ได้เวลาจิกกระเป๋า
พอทุกอย่างเข้าที่ ก็ต้องมาไล่ลิสต์ของที่จำเป็นต้องขนไปด้วย:
- ยาประจำตัว+ใบรับรองแพทย์ – แพ็กใส่เป้อย่างดี
- ซิมการ์ดโรมมิ่ง – เดี๋ยวซื้อที่นู้นราคาแพงระเบิด
- ปลั๊กต่อ – ของประเทศที่นู้นรูปร่างไม่เหมือนไทย
- เสื้อหนาว – คิดว่าซื้อทีนู้นเลย โชว์พาวไปผจญแต่พอดีท่าก็สั่งล่วงหน้าไปก่อนแบบเร่งด่วน
สรุปง่ายๆ ทุกขั้นตอนที่ต้องเจอคือ “เซ็ง เหนื่อย ตะบี้ตะบันแต่สุดท้ายแล้วมันก็โอเค” แค่อ่านลิสต์ให้ครบ ตั้งสติ ตรวจทีละจุดก็รอดไปกินลมชมเมืองนู้นแบบไม่กังวนแล้วเพื่อน!