เรียนสนทนาภาษาอังกฤษออนไลน์ฟรี ทำอย่างไรให้ได้ผลดี? (ดูขั้นตอนง่ายๆ 5 วิธีเริ่มต้น)

0
42

ทำไมถึงต้องไปหาหมอด้านการสนทนาภาษาอังกฤษตอนตีสี่

โควิดปิดเมืองช่วงนั้นน่ะ หมาที่บ้านยังหันหลังเดินหนีเลย ตื่นเช้ามาเหมือนอยู่เกาะร้าง สมมติว่าเพื่อนบ้านคือ Friday ก็ยังพูดไทยไม่รู้เรื่องอยู่ดี เลยฟันธง ต้องอัพสกิลภาษาอังกฤษด่วน!

แต่งบประมาณตอนนั้นติดลบเหมือนบัญชีมือถือ แถมเรียนสดแบบตัวต่อตัวมันแพงเวอร์ เงินไปไม่ถึงฝั่งฝันแน่ เลยลงแรงขุด Google หาที่เรียนฟรีออนไลน์แทน ตอนแรกนึกง่าย ตื่นสายๆ แค่เสิร์ช “เรียนภาษาอังกฤษฟรีออนไลน์” แต่เจอเว็บเพียบจนมึน เล่นเซฟลิงก์เพจไว้เป็นร้อยแทบไม่ชัวร์ว่าเว็บไหนไม่หลอกลวงนั่งรอกรอกข้อมูลเอาเงินคืน

ลงมือคว้าฟรีให้ได้โดยไม่ต้องทิ้งตังค์แม้แต่บาทเดียว

ขั้นแรก : เริ่มกูเกิลใหม่แบบตั้งใจสุดพลัง ปั้นคีย์เวิร์ดให้เป๊ะ “พูดภาษาอังกฤษฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก” กระหน่ำคลิกเข้าเว็บนู้นเว็บนี้ เจอแพลตฟอร์มหนึ่งน่าสนใจ มันให้แชทกับคนทั่วโลกแบบสดๆ ฟรี! ทีแรกตื่นเต้นนึกว่าจะเจอแฝดโซลจากเกาหลีใต้ แต่ปรากฏว่าคนแรกที่เจอพี่อินเดียสำเนียงหนักมาก เหมือนกินพริกขี้หนูทั้งกำ ลองแชทอีกห้อง คราวนี้พี่ตาล่าเวียดนามใจดีแต่ออกเสียง “very” เป็น “velly” จนงงว่าพี่ขายน้ำปลาร้าหรือเปล่า? แต่เอาจริง นี่แหละความเป็นจริงของภาษาพูด 555

ขั้นสอง : หาแหล่งฟังฟรีแบบไม่ต้องสมัคร เหมือนได้ยินแชมป์บอก “YouTube ครูฝรั่งสอนฟรี” ลองเข้าไปดู คลิปหนึ่งครูอเมริกันสอนสนทนาในร้านกาแฟอย่างละเอียด พอหยิบสมุดมาจด ทันใดนั้นโฆษณายูสเสริฟโผล่ขึ้นมา ยาวเกือบห้านาที เปิดสตรีมผ่านไปกว่าครึ่งคลิปยังเจอตัวทำซ้ำอีกรอบ นี่ขนาดเรียนฟรีนะ งบโฆษณามาแรง! เลยเปลี่ยนแผน ไปหากลุ่มเฟสบุ๊ค “แลกเปลี่ยนภาษาอังกฤษ” แทน พอบอกรายละเอียดตัวเองในโพสต์แป๊ปๆ มีฝรั่งเข้ามาถามว่า “อยากฝึกภาษาไทยไหม” ดีลแลกเปลี่ยนกันเองได้! รุ่งขึ้นคุยกันผ่านแชทเสียง แรกๆ อ้ำอึ้งพูดได้แค่ “how are you” กับ “ฝนตกไหม” แต่พี่ฝรั่งใจดีคอยแก้แกรมม่าร์ให้

ขั้นสาม : ขโมยเวลาในชีวิตประจำวันมาเรียน เหมือนยัดตารางให้แน่นกว่าไข่ในตะกร้า ตอนเช้าตีห้า ตื่นมาพรีออเดอร์กาพอดแคสต์ “English conversation for beginners” ฟังระหว่างทำข้าวเช้า บางวันเผลอใส่น้ำปลาลงในกาแฟเพราะฟังไม่ทันคำถาม เลิกงานแล้วหันมาดูหนังฝรั่งซับไทย โดยปิดซับแล้วดันหูฟังสุดแรง! เหนื่อยเหมือนไปรบมาทั้งวัน แต่ความรู้มันค่อยๆ ติดหนึบเหมือนกาวตราช้างในหัว

ขั้นสี่ : แกะขี้ก้างตัวเองตอนโต้ตอบ พอมั่นใจขึ้นบ้างก็จัดเซสชั่นพูดคุยกลุ่มฟรีในแอปหนึ่ง ทำตัวไม่ถูกจนเหมือนนกแก้วนกขุนทอง ท่องแต่ประโยคเดิมๆ แจ๊กพอตแตกวันหนึ่งตอนคุยกับชาวสเปนที่พยายามเล่าเรื่องตลก แต่เราตอบสนองช้าไปสองวิเพื่อนร่วมห้องหัวเราะร่อเพราะนึกว่าเราโดนมุกตก!

ขั้นห้า : สร้างสภาพแวดล้อมให้ลืมภาษาไทยให้ได้ เปลี่ยนภาษาโทรศัพท์เป็นอังกฤษหมด ไอคอนเมมโมะงงงันน่าดู เปลี่ยนวอลเปเปอร์มือถือเป็นรูปคำศัพท์ แปะโพสอิท “Don’t panic!” หน้าหน้าจอทีวี ทุกครั้งที่เปิดทีวีเจอข้อความนี้ กดรีโมทช้าหน่อย 555

ผลลัพธ์หลังจากขย้ำเวลากับข้อผิดพลาดมาเนิ่นนาน

ผ่านไปสามเดือน เหมือนตกงานมานานแต่ค่อยๆ กลับมามีรายได้คืน ตอนเจอแขกต่างชาติที่คอนโดครั้งแรกไม่ต้องวิ่งหลบเข้าห้องน้ำแล้วนะ! แถมเพื่อนร่วมงานคนที่หัวเราะตอนเราพูดเพลินเริ่มส่งไฟล์มาให้เช็คแกรมม่าการ์ดแบบไม่คิดตังค์ บอกแค่ว่า “แกเช็คให้ที นั่นลิฟต์มันค้าง

วันก่อนนึกสนุกเข้าแอปดูคอร์สออนไลน์ฟรีแบบที่เคยเริ่มไว้ สายตาพอดีไปเจอคอร์สเรียนสดโปรโมชั่นลด 50% สมัยก่อนน่าจะตาลุกวาว แต่ตอนนี้รู้สึกเฉยๆ กดซื้อไหมก็ได้ แต่สุดท้ายก็ขยิบหัวหอมเดินเข้าครัวทำกับข้าวไปคุยต่อกับเพื่อนสเปนในแอปฟรีแทน ประหยัดตังค์ไว้ซื้อกับข้าวลูกชายยังไงล่ะ!