พอดีมีน้องสาวมาถามว่าเขียนอังกฤษไม่เป็นเลยค่ะ อยากเริ่มยังไงดี เลยถือโอกาสบันทึกขั้นตอนที่เราทำมาให้ดูกัน เริ่มจากศูนย์เป๊ะเลยนะ
ขั้นแรก : ลงมือเอาดินสอมาจ้องกระดาษขาวก่อน
วันเสาร์นั่งจับน้องมาหน้ากระดาษเปล่า อ้าวปรากฎว่ามันกลายเป็นแมวแล่นหน้ารถไฟไปเลยค่ะ น้องมึนตึ๊บ เขียนอะไรไม่ออกสักคำ ตัวเราก็งงไปด้วย รู้แล้วว่าต้องเปลี่ยนแผนด่วน
หอบน้องไปร้านหนังสือ อัดแน่นไปที่ชั้นหนังสือเด็กเลยค่ะ งบ 200 บาทเลือก สมุดรูปหมูสีชมพู กับหนังสือการ์ตูนอังกฤษ 1 เล่ม พี่เลือกเล่มที่มันมีรูปการ์ตูนเต็มไปหมด พลิกดูแล้วไม่ใช่เรื่องยากอะไร แค่ประโยคสั้นๆพวก “the cat runs” แบบนี้นี่เอง
ขั้นสอง : ลงมือลอกมันทุกวันแม้ว่ามือจะหงิก
วันอาทิตย์ตั้งกฎง่ายๆ ให้น้องลอกการ์ตูนจากหนังสือวันละ 1 หน้าเท่านั้นเอง หน้าแรกนี่แค่ 6 ประโยคเองนะ ไม่ต้องเยอะ ให้ทำในสมุดหมูอันใหม่ เราเองก็นั่งข้างๆคอยจ้องดูไปด้วย
- ตอนแรกน็องลอกแบบมั่วๆนะ เขียนตัวติดกันหมด อ่านไม่ออกเลยสักตัว
- พี่ก็เลยต้องลอกให้ดูเป็นตัวอย่างก่อนบนกระดาษอีกแผ่น แยกทีละคำให้เห็นชัดๆ
- ให้เขาลอกอีกรอบ คราวนี้ช้าลงเป็นหอยทากเลยนะ นั่งเขียนทีละตัวอักษรแท้ๆ
นั่งยันบ่ายสอง เอาแค่ 6 ประโยคเนี่ย! แค่ลอกเฉยๆ! ปวดมือกันทั้งคู่ แบบลอกการบ้านยังไม่เหนื่อยเท่านี้เลยค่ะ
ขั้นสาม : ลงมือต่อจิ๊กซอว์แบบโง่ๆกันดีกว่า
วันจันทร์พาน้องไปร้านขายของเด็ก 20 โลง ใช้เวลาเป็นชาติเลยค่ะ กว่าจะเจอ จิ๊กซอว์โง่ๆ ที่เป็นประโยคง่ายๆ มีรูปพวกสัตว์ สิ่งของในบ้านน่ะ ประโยคพวก “This is a ball.” “It is red.” แบบนี้ ราคา 80 บาทเอง
กลับมาบ้านก็เล่นทันที วิธีเล่นง่ายมาก ลองต่อคำก่อนนะ ต่อเสร็จแล้วให้อ่านออกเสียงช้าๆเลย
- มันช่วยได้จริงๆนะ ตอนที่ลืมว่า “ball” สะกดยังไงน้องก็แค่คว้ากล่องมาแกะดู ชิ้นที่เขียนว่า B-A-L-L อยู่
- แถมชิ้นต่อมันมีรูปบอลติดมาด้วย ตาเห็นสมองก็จำง่ายขึ้นหน่อย
เล่นไปขำไป ตกเย็นก็รวบรวมพวกประโยคเล็กๆในจิ๊กซอว์ได้เกือบ 20 ประโยคแล้วล่ะ แบบว่าไม่ต้องท่องให้งงอีกต่อไป
ขั้นสี่ : ลงมือแต่งเรื่องแย่ๆของตัวเองสักหน่อย
วันอังคารนี่หื้มมม! ยากขึ้นมาอีก พี่ให้โจทย์แบบตกใจในกระดาษแผ่นนึงว่า “ให้นิ้วรบอกสิ่งที่ทำวันนี้” น้องอัดลมหายใจเข้าเต็มปอดค่ะ
เริ่มแบบง่อยๆเลย เราเปิดสมุดหมูหน้าที่น้องเคยลอกเขียนไว้ให้ดู แล้วบอกว่าลองเอาประโยคพวกนี้มา ขโมยดัดแปลงซะ เช่นเดิมเคยมีในหนังสือว่า “I eat rice.” ก็ให้เปลี่ยน rice เป็น noodle แทน กลายเป็น “I eat noodle.” ฮาดี เราแทบน้ำตาเล็ดเพราะนึกถึงบะหมี่ที่กองอยู่ในจานเมื่อครู่
พอทำไปสักพัก ก็เริ่มกล้าแต่งเพิ่มนิดนึง ตอนน้องลองเขียนว่า “I eat noodle. I like.” แม้มันจะงุ่มง่าม แต่เราก็ดีใจเป็นบ้าแล้วค่ะ รีบเอารูปสติกเกอร์หมาแปะหน้าหน้าสมุดให้เป็นการตอบแทนทันที
ขั้นห้า : ลงมือลุยเขียนทุกสิ่งแม้จะงี่เง่า
ตั้งแต่นั้นทุกๆเช้าวันพุธ เสาร์ อาทิตย์ จะมีกระดาษโน้ตแปะติดกระจกในห้องน้ำน้องเลยนะ เขียนเป็นภาษาอังกฤษแบบ ง่ายๆง่อยๆ เกี่ยวกับวันนั้น เช่น
- เขียนว่า “Today hot” เวลาอากาศร้อนอบอ้าว
- “Cat angry” ตอนเจ้าเหมียวในบ้านหงุดหงิด
- “A-P-P-L-E good” หลังกินแอปเปิ้ลอร่อยๆ
เจออะไรให้รีบจดลงสมุดหมูแบบรัวๆ ไม่ต้องถูกหมด บางทีเขียน “mother” เป็น “moder” เราก็เฉยๆนะ ไม่ต้องไปแก้ให้มันเพอร์เฟคตอนนั้น เก็บไว้สอนทีหลังได้ ตอนนี้น้องก็ยังเขียนผิดทุกวันแหละ แต่เขาเริ่ม พยายามเขียนเองโดยไม่มองหนังสือแล้ว เห็นแล้วน่าตาดีใจกว่าได้แชมป์อะไรทั้งนั้น!
จบแล้วค่ะ 5 ขั้นตอนบ้านๆที่ทำมา พอทำตามนี้ได้เนี่ย น้องเขาก็เริ่มกล้าคุยกับแชทบอทฝรั่งในเกมบ้างแล้วนะ ถึงจะผิดๆถูกๆแต่ก็ถือว่าเวิร์คในระดับหนึ่งแล้วล่ะ!