ตอนนั้นนั่งดูเด็กๆแถวบ้านเค้าเรียนออนไลน์ภาษาอังกฤษกัน โคตรอยากพูดได้บ้าง แต่เราเพิ่งเริ่มจากศูนย์เป่า ไม่รู้เรื่องไวยากรณ์แม้แต่คำเดียว เพื่อนบอก “เรียนฟรีน่ะเหรอ ไม่รอดหรอก” เราก็คันมือคันไม้
วันแรก เปิดเน็ตหาหนทาง
มือใหม่หัดขับแบบเรา หาเว็บเรียนฟรีอย่างเดียว เจอเว็บหนึ่งที่เค้าสอนคำศัพท์แบบภาพกับเสียง เลยไม่ต้องง้อตำรา เดี๋ยวนี้มีแอพช่วยก็จริงแต่เราไม่ยอมจ่ายสตางค์ แค่อยากลองดูก่อนว่าจะไปรอดไหม
- ขั้น 1: หัดจำพวกคำง่ายๆสุดๆ apple, hello, thank you ประมาณนี้ เริ่มวันละ 5 คำ แค่นี้ก็ปาไปเกือบชั่วโมงแล้วสมองแทบล้น
- ขั้น 2: พยายามแต่งประโยคง่ายๆ เอาคำที่จำมาโยนมั่วๆเข้าด้วยกันแบบไม่สนกฎ grammar เช่น “I hello you” รู้สึกโง่แต่ก็ปล่อยเลยตามเลย
- ขั้น 3: ไปร้านกาแฟแถวบ้าน ลองสั่งเป็นภาษาอังกฤษ พูดตะกุกตะกัก “Coffee… please?” น้ำเสียงสั่นจนพี่แคชเชียร์ต้องยิ้มๆตาม ตอนนั่งรอสั่นทั้งตัวเหมือนสอบปากเปล่า
พบปัญหาอุกอาจคือ จำศัพท์ไม่ได้ซักที คำศัพท์ติดตัวไม่เกิน 2 วันก็ลืมเลือน จนรู้สึกท้อแท้เหมือนเดินวนไปมาอยู่ในห้องมืด ไม่เจอทางสักที
วิธีท่องศัพท์สไตล์คนมีเวลาน้อย
ทดลองใช้ทุกทางที่คนบอกมา (ที่ไม่ต้องเสียตังค์)
- วิธีแฟลชการ์ด ตัดกระดาษลังทำการ์ดศัพท์เอง แต่ทำไปได้ 20 กว่าคำก็หยุดเพราะขี้เกียจตัด แล้วพอกองไว้ 3 วันก็โดนแมวเข้ากัดเละเทะ
- วิธีเขียนตามคำบอก อัดเสียงตัวเองพูดคำศัพท์ เปิดฟังแล้วเขียนตาม พอเปิดฟังเสียงตัวเองตอนหัดพูดแทบแย่ เสียงเหมือนหมีขั้วโลกเป็นหวัด อายจนไม่อยากฟังต่อ
- วิธีที่เวิร์กสุดท้ายคือ “เอาศัพท์ไปใช้เดี๋ยวนั้น”
ลองหยิบศัพท์ใหม่ที่เพิ่งจำไปพูดทันที เช่น ไปตลาดเห็นสุนัขเดินผ่านก็ตะโกน “Dog!” เน้นเสียงดังฟังชัด ญาติคนข้างบ้านหันมามองแปลกหน้านิดหน่อย ผลลัพธ์คือสมองเราไม่ลืมคำว่า “dog” อีกเลยเพราะมันได้เชื่อมกับความรู้สึกสดๆในตอนนั้น
สรุป 100 คำแรกรอดไหม?
อาศัยความดื้อรั้นบวกกับวิธี “ตุ๊บๆแต๊ะๆ” แบบไม่เป็นระบบ ตอนนี้ท่องศัพท์พื้นฐานได้จริงซัก 30-40 คำที่มันติดหนึบ แต่อีก 60 คำยังหลุดๆหายๆ รอดแบบลุ้นๆ ไม่ได้รอดห่ามหรอก!
พอเห็นคำศัพท์ในป้ายโฆษณาตามรถเมล์รู้เรื่องบ้างบางคำ น้ำตาจะไหลตอนสั่งอาหารแล้วดันนึกคำว่า “menu” ขึ้นได้ทัน แม้จะนึกคำว่า “ช้อมส้อม” ไม่ได้อยู่ดี แต่นี่แหละความสุขเล็กๆของคนไม่มีพื้นท่า เดี๋ยวเอาแรงฮึดที่เหลือไปลุยเพิ่มอีก 10 คำพรุ่งนี้
ปล. ลองเอากระดาษโน้ตศัพท์ติดกระจกห้องน้ำ ตื่นเช้ามาปัสสาวะก็อ่าน ดีไม่ดีจะเป็นหนทางใหม่ให้ “อุจจาระกับอัพเดทศัพท์” ไปพร้อมกัน