แบบเรียนภาษาอังกฤษฟรียังไงให้ได้ผล 5เคล็ดลับเพิ่มทักษะเร็ว

0
45

วันนี้อยากเล่าให้ฟังเรื่องเราเก็บตังค์เรียนภาษาอังกฤษฟรีๆ แต่ได้ผลจริงนะ

เอาเป็นว่าเมื่อก่อนนี่เราคิดเองว่า การเก่งอังกฤษมันต้องจ่ายแพง! ต้องสมัครคอร์สชื่อดัง ต้องมีครูฝรั่งแบบตัวเป็นๆ เท่านั้นแหละถึงจะเวิร์ค พอเงินในกระเป๋ามันไม่ถึง ลองหาที่เรียนฟรีในเน็ตดูบ้างก็เรียนๆไปได้ไม่กี่บทก็เลิก เพราะรู้สึกว่ามันกระจัดกระจาย เรียนมั่วไปหมด ไม่เห็นผลสักที คือเหนื่อยมาก เรียนๆไปท้อซะก่อน นี่แหละจุดที่เราเริ่มคิดใหม่.

เราเลยตั้งสติอีกรอบ เริ่มต้นใหม่แบบง่ายกว่าเดิม อย่างแรกเลยเราหาสถานที่เรียนฟรีใกล้ตัวเราให้เจอก่อน ไม่ต้องคิดอะไรไกล นึกถึงหอสมุดชุมชนแถวบ้าน! ไปยืมหนังสืออ่านง่ายๆ พวกประโยคพื้นฐานในชีวิตประจำวันมาเล่มนึง แล้วก็ยืมหนังสือเด็กฝรั่งการ์ตูนภาพเยอะๆ อย่าง Peppa Pig นั่นแหละเนี่ย เอาจริงๆ เราเริ่มอ่านวันละ 1-2 หน้าเองนะ มากกว่านั้นไม่ไหว จิตตกแน่ แต่ทำทุกวัน ตื่นมาก่อนทำงานแค่ 15 นาทีก็อ่านได้

  • เคล็ดลับ 1: อะไรฟรีใกล้ตัว ใช้ให้เป็นก่อน! ห้องสมุดเนี่ยแหละขุมทรัพย์ หนังสือ+ซีดีเพียบโดยไม่เสียตังค์สักบาท แค่สมัครสมาชิกก็ยืมกลับบ้านได้แล้ว

พออ่านหนังสือการ์ตูนรู้เรื่องขึ้นนิดนึง เราก็เริ่มงัดแงะสิ่งที่เรามีอยู่แล้วในมือ… แอพเรียนภาษาฟรี แต่คราวนี้เราไม่โหลดเพียบเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เราเลือกมาซัก 1-2 แอพจริงจัง แนะนำให้เลือกที่มันแบ่งระดับชัดเจนหน่อย แล้วก็เริ่มทำจากจุดที่ง่ายสุด (อย่าไปเริ่มยาก!) เราใช้แบบเปิดใจทำแค่วันละ 5-10 นาทีตอนอยู่บนรถเมล์ไปทำงาน มันเล็กน้อยแต่มันสะสม พอทำผ่านด่านได้ปุ๊ป เครดิตคะแนนขึ้นปั๊ป อารมณ์ดีขึ้นฮะ (เดี๋ยวนี้อารมณ์เป็นตัวบวกสำคัญมาก)

  • เคล็ดลับ 2: เลือกแอพฟรีที่ใช่ 1-2 ตัวพอ ทำทุกวันไม่ต้องนาน เอาแค่อยู่ในโหมดภาษาอังกฤษทุกวันสักนิดก็พอ เดี๋ยวมันซึมซับไปเอง!

พอน้ำเริ่มเข้านองนิดนึง เราอยากฟังสำเนียงจริงๆ เราก็เริ่มหาเพลงฝรั่งที่ชอบมากสักเพลงมาลองฟังและดูเนื้อ! ใช้ยูทูปช่วยสิ ฟังก่อนดูคำแปล ทีแรกฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอลองเปิดซับไตเติ้ลภาษาไทยดูบ้าง แล้วค่อยเปิดซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษมาดูประกอบ ตอนฟังก็ร้องตามในใจ พยายามออกเสียงตาม แรกๆตะกุกตะกักมาก แต่เฮ้ย! มันทำให้เราได้คำศัพท์ติดหูไปโดยไม่ต้องท่อง จำได้ง่ายขึ้นตั้งเยอะ พอเสียงสำเนียงมันติดหู เราจะเอาไปใช้จริงยังไงล่ะ? เลยลองเอามาแต่งประโยคเองบ้างนิดหน่อยในหัว ง่ายๆ เช่น อยากจะบอกว่าร้านข้าวแถวบ้านอร่อยแบบนี้ ลองคิดเป็นอังกฤษในหัวบ้าง

  • เคล็ดลับ 3: หาความบันเทิงที่ชอบและฟรีเป็นตัวช่วย ให้มันสนุกและเกี่ยวข้องกับเราด้วย (อย่างเราก็เพลง) พยายามเชื่อมโยงคำ/สำเนียงในเพลงกับชีวิตจริงเราด้วยการคิดเป็นประโยคง่ายๆ ฝึกแต่งในหัวบ่อยๆ!

เราบอกเลยว่าตอนนี้สิ่งที่ฟรีและแรงที่สุดคือ ยูทูป เราไม่ดูอะไรยากหรอกนะ เริ่มจากช่องสอนภาษาอังกฤษฟรีสำหรับคนไทยนี่แหละ สอนสนุกๆ ใช้ได้จริง เข้าใจง่าย พอรู้สึกโอเคนิดนึง ก็ค่อยขยับไปฟังช่องฝรั่งง่ายๆ เช่น พวกวิดีโอสอนทำอาหารหรือรีวิวของเล่นสักนาทีสองนาที ประเด็นคือฟังทุกวัน ให้หูมันชิน เปิดทิ้งไว้หลังเลิกงานก็ได้ ไม่ต้องเกร็ง

  • เคล็ดลับ 4: ยูทูปคือเครื่องมือฟรีชั้นดี! แต่เริ่มจากระดับที่เราโอเคก่อน ฟังแบบไม่กดดันทุกวัน สมองกับหูเราจะค่อยๆ เปิดรับอัตโนมัติ

เอาเข้าจริง ทดลองทำครบทุกข้อด้านบนมาจะเดือนกว่า สิ่งที่เราเห็นคือ เรากล้าพูดโต้ตอบมากขึ้นนิดหน่อย แม้จะแค่ประโยคง่ายๆ เช่นเวลาไปร้านกาแฟฝรั่งเปิดในห้าง เขาถาม “What’s your name?” เราพูดชื่อเราตอบได้เลยไม่ต้องกลัว หรือเขาถาม “Would you like sugar?” เราก็พยักหน้าพร้อมบอก “A little bit, please.” ได้ รู้สึกภูมิใจในตัวเองมาก! พอเห็นผลจุดเล็กๆ เนี่ย มันคือเชื้อไฟให้อยากทำต่อ

สรุปข้อสำคัญเลย

  • เคล็ดลับ 5: จงภูมิใจกับความกล้าจุดเล็กๆ แม้ยังไม่คล่อง! ต้องหาความสำเร็จเล็กๆจากการลองใช้ให้เจอในชีวิตประจำวันให้ได้ มันเหมือนเราได้เห็นเงินปันผลจากความพยายาม จะฮึดขึ้นเยอะ!

คือทั้งหมดที่เราทำนี่ ไม่ต้องเสียเงินสักบาทนะฮะ เพียงแค่เราใช้ของฟรีที่มีอยู่แล้วใกล้ตัวให้เป็น + ทำทุกวันนิดหน่อยแต่สม่ำเสมอ + ยอมลองผิดลองถูกอย่างกล้าหาญ แล้วเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงแน่นอน! เป็นกำลังใจให้นะ คนที่อ่อนภาษาอังกฤษแบบเรานี่แหละ ไปต่อด้วยกัน!