เริ่มแรกเลย กูต้องบอกว่าภาษาอังกฤษเนี่ยตัวกูมันอ่อนมาตั้งแต่เด็กแล้ว อ่านก็ได้นิดหน่อย พอมาเจอข้อสอบทีไรเป็นล้มตีนหมูทุกที พอเริ่มทำงานก็รู้สึกว่ามันดักฟ้าอ่ะ งานก้าวไม่ไปไหนเลยเพื่อนร่วมทีมฝรั่งส่งเมลมาก็ตอบไม่ได้ อีม้วย!
เริ่มตัดสินใจหาทางออก
วันนึงนั่งฟีด Instagram เจอเพื่อนเก่าโพตว่าเพิ่งไปลง คอร์สเรียนตัวต่อตัว ภาษาอังกฤษมากะครูต่างชาติ ตอนแรกกูก็ไม่คิดหรอก แต่มันเห็นคะแนนสอบแกปรับขึ้นชัดๆ ทั้งท่าทางก็มั่นใจขึ้น เลยเอาความเพ้อมาบวกกับความสิ้นหวัง ตัดสินใจโทรไปสมัครทันที แม่งรู้สึกเหมือนโดนมารเชียชวนอ่ะ 555+
- ขั้นตอนแรก: โทรไปคุยกับพี่สตาฟที่สถาบัน นัดทดสอบวัดระดับ พอบอกว่า “พื้นฐาน grammar พอมี” แกทำตาเหลือกๆ! แสดงว่าต้องไม่มีแน่ๆ 555 สอบเสร็จพี่แกบอกตรงๆ “ต้องปรับพื้นก่อนนะครับน้อง”
- ขั้นตอนสอง: ได้ครูต่างชาติสาวมาสอนตัวต่อตัวสัปดาห์ละสองครั้ง (ตอนแรกร้องในใจเพราะค่าคอร์สเอาหลายเดือนไปเยอะมาก น้ำตาแทบไหล!)
- ขั้นตอนสาม: มานั่งเรียนจริงจังครั้งแรก ครูถามแค่ “How was your day?” แค่นี้กูลิ้นพันกันเป็นเชือกผูกรองเท้า! ตอบได้แค่ “I… fine.” แล้วก็นั่งเงียบเชียบ -_-“
โดนปรับสมองกับปรับพื้นแบบจัดเต็ม
ครูแกไม่ปล่อยเลยนะ! ตั้งแต่บทเรียนแรกแกเริ่มจาก สิ่งที่กูขาดหนักสุด คือการสร้างประโยคง่ายๆ ด้วย tense พื้นฐานเนี่ยแหละ แกไม่ยัดเนื้อหาให้ แต่จับคุยซะส่วนใหญ่ เช่นเล่าเหตุการณ์เมื่อเช้าว่าทำอะไรบ้าง ไปไหน กินอะไร แล้วแกค่อยๆ แกะโครงสร้างประโยคผิด ให้ฟังช้าๆ เป็นพิเศษเวลาผิดแกรมม่าซ้ำ ครูแกจะจดโน้ตไว้ให้เป็นหน้าคัมภีร์เลย
เจอสถานการณ์เซ็งมากเมื่อสัปดาห์ที่สาม: แกให้บ้านงานเขียน paragraph สั้นๆ เกี่ยวกับครอบครัว พอกูส่งไป กลับมาเป็นกระดาษแดงปรินท์! แกแทง error ทุกจุดที่กูลืมเติม -s ใน present simple แถมป้ายว่า “Subject-Verb Agreement เป็นปัญหาหลักครับ” แต่…นี่แหละคืออ้อมกอดที่กูต้องการ เพราะก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครบอกตรงๆ เลยว่าผิดจุดไหน
การเปลี่ยนแปลงมันมาเองแบบไม่ทันตั้งตัว
พอผ่านไปสองเดือนครึ่ง มีหลายอย่างเปลี่ยนแบบไม่น่าเชื่อ:
- ฟังเพลงฝรั่งทีไรเดากับฟังรู้เรื่องมากขึ้น นึกว่าหูแฉ็ควิ้งไปเอง!
- เวลาเพื่อนฝรั่งถามอะไรในที่ทำงาน ไม่หลบสายตาแล้ว พูดสั้นๆ ได้บ้างแบบไม่คิดนาน
- ที่เซอร์ไพรส์สุดคือเจ้านายบอกว่า “อีเมลล่าสุดที่ส่งให้ลูกค้านั้นอ่านง่ายและมีประสิทธิภาพมาก” คะเนี้ย! รู้สึกเหมือนแพ้ชนะทันที 555
สรุปความเซพที่กูดันฟรีไว้ตรงนี้: การเรียนตัวต่อตัวมันแก้จุดอ่อนเฉพาะคนเราได้ตรงเป๊ะ แม้คอร์สเขาจะแพง (กูถึงขั้นต้องขายของเก่าเก็บ+ทำงานฟรีแลนซ์เสริม) แต่การที่ครูมาโฟกัสที่จุดบอดของกูโดยเฉพาะ ไม่ต้องอายเพื่อนร่วมคลาส ตอบผิดถูกให้ครูรู้คนเดียวเนี่ยแหละ มันประหยัดเวลาลงได้ตั้งเป็นปี เทียบกับตอนไปนั่งเรียนเป็นกลุ่มแล้วเงียบกริบ! สำหรับคนพื้นมีรอยรั่วแบบกู การซ่อมฐานให้แน่นก่อนค่อยต่อยอด คือหนทางเร็วสุดแล้ว เซงกับการท่องศัพท์แล้วยังเอาไปใช้ไม่เป็น!