ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าเรื่องภาษาอังกฤษนี่เป็นปมตายมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ยังจำได้แม่นครูประถมตีมือแดงๆ เพราะท่องผิด Present Simple Tense เรียนจบมหาลัยมาก็ทำได้แค่หลบตาเวลาเจอฝรั่งถามทาง โคตรอายเลยอ่ะ
เริ่มจากศูนย์แบบจัดหนัก
วันหนึ่งรู้สึกว่าควรทำอะไรสักอย่าง เลยนั่งเช็คสกิลตัวเองแบบไม่ต้องเกรงใจ:
– พูดเป็นคำๆ ได้แต่เอามาต่อกันแล้วเหมือนรถติดเชื้อเพลิง
– เวลาฟังฝรั่งพูดรู้เรื่องแค่ “Hello” กับ “Thank you”
– แกรมม่าระเบิดแบบถล่มทลายทุกครั้งที่เปิดปาก
ไปง้อเพื่อนที่เก่งภาษาก็ได้คำตอบว่า “ต้องมีคู่ฝึกสิ” แต่ปัญหาคือพอถึงเวลาพูดจริงๆ ตื่นเต้นจนลืมทุกอย่างที่เรียนมา!
เทคนิคปลาไหลในห้องน้ำ
เริ่มฝึกกับตัวเองก่อนง่ายกว่า:
1. หาหูฟังเก่าๆ มาคล้องหูตลอดเวลาเมื่ออยู่บ้าน เล่นแต่บทสนทนาพื้นฐานซ้ำๆ แบบไม่มีจบ
2. เวลาอาบน้ำก็เริ่มพูดกับตัวเอง เช่น ทดลองถามว่า “What did you eat today?” แล้วตอบเองว่า “I ate… ข้าวมันไก่!”
3. ซื้อกระจกสวยมาตั้งโต๊ะทำงาน เวลาฝึกพูดก็มองหน้าตัวเองไปด้วย จะได้ไม่เกร็งเหมือนเวลาพูดกับคนจริงๆ
อาทิตย์แรกแม่งทรมานมาก แค่พูดประโยคง่ายๆ อย่าง “I like coffee” ยังพูดสะดุดจนเหมือนคนพูดติดอ่าง แต่วันละนิดวันละหน่อยเริ่มได้จังหวะมากขึ้น
เครื่องมือชั้นดีที่ใช้ฟรี
- เปิด YouTube หาวิดีโอ “Basic English conversation” แล้วเลียนแบบทุกรายละเอียด ไม่ใช่แค่คำศัพท์แต่รวมถึงน้ำเสียงและจังหวะเว้นวรรคด้วย
- เอามือจับคอเวลาพูดตาม จะได้รู้ว่าเสียงสะกดต่างๆ มันสั่นยังไง
- บันทึกเสียงตัวเองพูดด้วยมือถือ พอเล่นฟังย้อนหลังอึ้งเลยว่าพูดเพี้ยนกว่าที่คิดไว้ตั้งเยอะ!
ผลลัพธ์ที่ไม่ได้สวยหรูแต่เห็นความเปลี่ยนแปลง
ประมาณสองเดือนผ่านไป ตอนนี้สามารถสั่งอาหารหรือถามราคาภาษาอังกฤษแบบประโยคสั้นๆ ได้ โดยที่ไม่สมองตื้อเหมือนแต่ก่อน แม้บางทีแกรมม่ายังผิดบ้างแต่ฝรั่งเริ่มเข้าใจสิ่งที่เราต้องการสื่อแล้ว!
สรุปง่ายๆ ถ้าใครกำลังท้อเหมือนเราเมื่อเดือนก่อน:
– เลิกอายที่พูดไม่คล่อง ทุกคนเริ่มจากศูนย์เหมือนกัน
– แป๊บๆ วันละ 15 นาทีก็ทำได้
– ตอนฝึกคนเดียวให้คิดว่า “ให้ควายฟังไม่ต้องอาย”
ค่อยๆ ผสมคำเหมือนคนต่อเลโก้ เดี๋ยวก็ได้เป็นประโยคสวยๆ แน่นอน!