อยากเรียนภาษาอังกฤษธุรกิจฟรีออนไลน์ ทำไงให้เรียนง่าย ใช้ทำงานจริงได้

0
37

ก็ว่ากันตามตรงนะ เริ่มจากจุดที่อยากเรียนภาษาอังกฤษธุรกิจแต่เจอคอร์สแพงเกินไปอะ เป็นคนนึงที่ทำงานบริษัทต้องเจอฝรั่งบ้างแต่แบบ…พูดไม่ค่อยได้เลยอ่ะ รู้สึกอึดอัดมากช่วงประชุมเนี่ย

งั้นหาที่เรียนฟรีออนไลน์เลยดีกว่า

วันนึงนั่งเซิร์ชกูเกิลพิมพ์ไปว่า “เรียนภาษาอังกฤษธุรกิจฟรี” เจอเว็บนู้นเว็บนี้เพียบเลยอะ มีทั้งแบบคลิปสั้นๆ ยาวๆ บางที่ก็เป็นบทความอ่านเอาเองด้วย สารภาพว่าแรกๆ ตาลาย! กองไว้ในบุ๊คมาร์คเป็นสิบลิงก์

  • ขั้นแรก ลองโหลดแอพสองสามตัวมา ตัวนึงมีแบบฝึกหัดเขียนอีเมลธุรกิจจัดๆ แบบให้เราเลียนแบบโครงสร้างเค้าเลย ลองทำข้อนึงรู้สึกว่าจับต้นชนปลายไม่ถูก 555
  • ขั้นต่อมา เปิดดูยูทูปบ้าง กดเจอช่องนึงครูเค้าสอนศัพท์เกี่ยวกับการประชุมแบบชัดเจนเป๊ะ คำว่า “brainstorm”, “deadline”, “follow up” อะไรประมาณนี้ ฟังเสร็จเก็บศัพท์ใส่สมุดโน้ตเลย
  • ปัญหาใหญ่ มันคือเรียนไปทีละจุด ไม่รู้ว่าแต่ละอย่างมาเชื่อมกันยังไงในชีวิตจริงเนี่ยอะ ไม่เห็นภาพ

เจอทางสว่าง!

นึกได้ว่าบริษัทเรามีเทมเพลตอีเมลมาตรฐานนี่นา! เลยดึงเมลเก่าๆ ที่ฝรั่งเค้าเขียนมาวางเปรียบเทียบกับที่เรียนมา อ้าว…เห็นเลยว่าศัพท์ที่ครูเค้าสอน โครงสร้างในแอพ มันถูกเอาไปใช้จริงแบบนี้เองวะ! เช่น

  • เค้าเขียนว่า “Please revert by EOD today” นี่คือ “ตอบกลับภายในวันนี้” นี่หว่า (EOD = End of Day)
  • ประโยคแบบ “We need to touch base next week” คือ “คุยกันใหม่อาทิตย์หน้านะ” นั่นเอง

แถมยังสังเกตได้ว่าฝรั่งเค้าใช้ประโยคสั้น กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ นี่ถ้าเรียนเองแบบแห้งๆ ไม่เคยดูของจริงคงไม่เคยรู้เลยอ่ะ

เวลาทำงานจริงเอามาปรุงๆ ใช้ทันที

พอได้โครงสร้างที่เจอในอีเมลจริง ก็เริ่มจับมาปรับใช้ดู ตอนนี้เวลาต้องเขียนเมลหาเฮดเอาต์ฝั่งยุโรปก็กล้าเขียนแบบนี้ละ เค้าเน้นสั้นๆ ใส่หัวข้อชัดเจน:

  • Subject: ขอแก้ข้อตกลงครั้งก่อนนะ (ขอเรียกสั้นๆ ว่า “Contract Amendment – Your Company”)
  • คำทักทาย: Hi [ชื่อคน], ง่ายๆ เลย “Hope you’re well.”
  • ลงรายละเอียด: ใช้โครงสร้างจากที่ฝึกมาเลย “This email is regarding our meeting last week. Could you please provide the updated figures by COB next Tuesday?” (COB = Close of Business คือเลิกงานวันนั้นอะ)

สุดท้ายแบบนี้ทำให้ลูกรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนฟรีเนี่ย มันเข้าไปช่วยงานเราได้จริงๆ ไม่ใช่แค่รู้แต่ใช้ไม่เป็นเหมือนที่แล้วๆ มา ตอนนี้เวลาเข้าแอพเรียนหรือเปิดคลิปต่อ ก็พยายามตั้งเป้าแบบชัดๆ เลยว่าเรียนวันนี้ เอาไปใช้ยังไงได้บ้าง นั่นแหละที่ทำให้ไม่ท้อเร็ว