เริ่มตอนนี้รู้สึกอยากพูดอังกฤษได้เลยเริ่มเรียนเอง ทดลองจับเวลาว่าต้องใช้กี่เดือนถึงจะสื่อสารได้จริง พวกเพื่อนๆก็สงสัยเหมือนกันเลยเขียนบันทึกไว้
สัปดาห์แรก: กากสุดแต่ไม่ยอมแพ้
ตั้งเป้าว่าจะฝึกทุกวันหลังเลิกงาน อุ่นเครื่องด้วยการท่องศัพท์ง่ายๆ สิบห้าคำต่อวัน เอาแต่คำพื้นๆแบบ apple, book เปิดแอพสอนภาษาเล่นไปเรื่อยๆ วันที่สามเริ่มท้อเลย ฟังเจ้าของภาษาไม่รู้เรื่อง เสียงเร็วไปนิดทำงง ตะกุกตะกักพูดตามไม่ทัน กลางคืนเอาหนังสือเก่าๆตอนเรียนมาดูใหม่ ทบทวนพวก A B C ใหม่หมด
- นาทีที่ 1-10: เล่นเกมจับคู่ภาพกับคำศัพท์
- นาทีที่ 10-30: ดูวิดีโอสั้นๆแล้วพูดตาม
- นาทีที่ 30-45: แต่งประโยคง่ายๆสามประโยค
เดือนที่สอง: เริ่มลุยกับทริคเด็ด
ตัดสินใจเปลี่ยนแผนเพราะฟังแทบไม่เข้าใจเลย หูฟังแทบฝังอยู่ในหู เวลารดน้ำต้นไม้ก็เปิดเพลงฝรั่งฟังไปด้วย แรกๆฟังไม่รู้เรื่องแต่เริ่มจับจังหวะสำเนียงได้ ตอนเช้าก่อนเข้าครัวชงกาแฟใช้วิธี พูดคนเดียว บรรยายสิ่งที่ทำว่า “Now I open the fridge… I take milk…” ฟังดูบ้าแต่ช่วยได้มาก
เจอปัญหาคือจำศัพท์ไม่ได้ คิดกลยุทธ์แปะกระดาษโน้ตทั่วบ้าน หน้าตู้เย็นเขียนคำว่า “cold” ฝาผ้าเช็ดตัวเขียน “towel” เดินชนอะไรก็มีศัพท์แปะเต็มไปหมด
เดือนที่สาม: ลุยไฟแล่บ
เริ่มเข้าแอพหาเพื่อนคุยด้วย ตื่นเต้นมากเมื่อนัด พูดครั้งแรกผ่านวิดีโอคอล ตื่นเต้นจนพูดไม่ออก สองนาทีแรกเงียบกริบ! พอคุยไปสักพองงตัวเองเพราะ เผลอตอบเป็นภาษาไทยตอนเครียด “โอ้ย! ฉัน…I mean, I think that’s good!” พอคุยเสร็จเหงื่อแตกเหมือนวิ่งมาราธอน
- เจอศัพท์ใหม่: จดใส่สมุดพกไว้ทุกที่
- ฟังไม่ทัน: ขอให้คู่สนทนาพูดช้าลง
- พูดผิด: แก้ไขทันทีแล้วพูดใหม่
สรุปเวลาที่ใช้
ครบสามเดือนถึงเริ่มคล่อง ประเด็นสำคัญไม่ใช่แค่ระยะเวลา แต่เป็นการตะบี้ตะบันฝึกทั้งฟังและพูดทุกวัน ถามว่าพูดได้เป๊ะไหม? ยังพูดผิดเป็นประจำ แต่สื่อสารเรื่องพื้นฐานได้ทั้งหมด ตอนสั่งกาแฟ ซื้อของ หรือชวนเพื่อนเที่ยวไม่มีสะดุด
เคล็ดลับของเราคือ ไม่ต้องรอให้เก่งแล้วค่อยพูด เริ่มตั้งแต่พื้นฐานมากก็พูดเลย มึนก็ให้มึนไป แค่สนุกกับมันแล้วจะลื่นขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ยังต้องฝึกต่อแต่มั่นใจเต็มร้อยว่าทำได้แน่ถ้าไม่เลิก!