พอดีเห็นเพื่อนหลายคนถามว่าเรียนพิเศษอังกฤษเตรียมตัวเข้ามหา’ลัยเวิร์คไหม แล้วทีคะแนนเรามันติดดิน เลยเอาวิธีที่เราลองทำแล้วรอดมาแชร์ให้ฟัง
ตอนแรกก็โง่เง่าเหมือนกัน
เราก็เรียนพิเศษแพงๆแบบมั่วๆแหละ คิดว่าเสียเงินเยอะคงได้ผล จ่ายไปสามหมื่น พอเปิดคอร์สปุ๊บ ครูเอาแต่ยัดหนังสือเก็งข้อสอบเป็นตั้งๆให้ท่อง แถมบ่นไปด่ามาว่า “พวกมึงโง่ขนาดนี้จะเข้ามหาลัยได้ไงวะ” โอ๊ย…นั่งเรียนทีไรหัวฟูทุกที เรียนไปสองอาทิตย์เริ่มท้อ พอกลับบ้านเจอตารางเรียนที่พ่อแม่จ่ายให้อีกสามวิชา ตีสามตีสี่ยังทำการบ้านไม่เสร็จ เครียดจนผมหลุด!
เปลี่ยนทางรอดซะใหม่
ช่วงนั้นไฟลนก้นเพราะเหลือเวลาอีกแค่เดือนเดียว เลยเลิกเรียนพิเศษที่ไร้สาระ หันมาทำ 3 อย่างนี้แทน:
- เอาคำศัพท์มาติดกระจกห้องน้ำ – แทนที่จะท่องเป็นลิสต์น่าเบื่อ เราปริ้นศัพท์แปะตรงที่แปรงฟันทุกวัน แรกๆก็จำไม่ได้หรอก แต่พออาบน้ำทีไรเห็นคำว่า “procrastination (ผัดวันประกันพรุ่ง)” แปะติดกระจก มันก็แอบเข้ากระโหลกอยู่ดีนะ
- ยัดแกรมมาร์เข้าเกมเพลง – แกนง่วงตำรา Present Perfect Tense ก็ไปตามยูทูปคลิปรีแอคชั่นฝรั่ง ใครใช้ประโยคเป๊ะเราก็จด! เวลาฟังเพลงก็วิ่งหาคำว่า has/have ในเนื้อร้อง แบบเพลง Ed Sheeran นั่นแหละ “I’m in love with your body” เฮ้ย…นี่มัน Present Simple ใช่ป่ะ!
- ติวเพื่อนแทนจ้างครู – ชวนเพื่อนกลุ่มที่อ่อนกว่ามานั่งฟังเราแก้โจทย์ reading แบบไม่ต้องเกร็ง ตอนแรกก็ตะกุกตะกัก พอมีคนยิ้มรับเวลาเราอธิบายถูกเนี่ย อีโก้พุ่งปรี๊ด! รู้ไหมว่าแค่สองอาทิตย์เพื่อนบอกเราเข้าใจขึ้นนี่น้ำตาแทบไหล
ผลลัพท์ที่ได้ชัดมาก
เดิมทีเราทำข้อสอบไม่เคยเกิน 50% พอหยุดเรียนพิเศษมาลุ้นแต่วิธีบ้านๆพวกนี้ ตอนสอบจริงคะแนน reading พุ่งถึง 75%! แถมครูยังทักว่าพูดอังกฤษเป็นธรรมชาติขึ้น ทั้งที่เราแค่นั่งร้องเพลงกับแปะกระดาษในห้องน้ำทุกวัน
สรุปให้ฟังตรงนี้เลยนะ การจะให้คะแนนพุ่งไม่ต้องพึ่งสถาบันแพงๆหรอก แค่หาทางให้ภาษาอังกฤษมาอยู่ในชีวิตประจำวันแบบไม่ต้องเกร็ง มันอัปคะแนนได้ชัวร์!