เรียนพิเศษภาษาอังกฤษเข้าเรียนมหาลัยเหมาะกับใคร?วิธีเลือกแบบฟิตเป๊ะ!

0
42

โอ๊ย เรื่องเรียนพิเศษอังกฤษนี่เป็นปัญหามาตลอดเลยนะ ตอนเราจะสอบเข้ามหาลัยนี่ตัวเองงงมากๆ ว่ารอบนี่ควรติวไหม ติวที่ไหนดี

เริ่มจากเราหมดไฟซะก่อน

ตอนเปิดเทอมเห็นเกรดอังกฤษเพื่อนพุ่งปรี๊ดเพราะไปติวมา แต่เรายังเรียนแบบเดิมๆ พอสอบมิดเทอมได้เกรด 2 เองก็ขวัญผวา โดนแม่ด่าเอาเรื่องว่าขี้เกียจ เลยคิดว่าต้องเปลี่ยนแล้ว

ออกเดินเท้าสำรวจคอร์สติว

วันเสาร์แรกนี่เดินย่ำเท้าไปสามที่ใกล้ BTS ด้วยกัน ทั้งที่โลตัสปากซอย ตึกแถวม.ดัง แถมดูโฆษณาออนไลน์เพียบ ปรากฏว่า

  • ที่แรก แพงเว่อร์ 3 หมื่นบาท คุยไม่จบเรื่องเขาเล่าแต่ประวัติครูเทพ จนเรายืนมึนเป็นไก่ตาแตก
  • ที่สอง โฆษณาว่าครูเป็นรางวัลโนเบล พอไปเรียนทดลองคือแค่ติวเตอร์พาร์ทไทม์มหาวิทยาลัย เนื้อหากระจุก
  • ที่สาม ถูกสุดแต่อยู่ซอยมืด อาคารขึ้นรา แอร์เสียงดังลั่น ไม่ไหวอ่ะ ข้อยกลัวผี!

กลับบ้านคิดใหม่

นอนคว่ำกลิ้งอยู่ในห้องสองวัน เปิดเน็ตตามดาราในกลุ่มรุ่นพี่ จนมานึกได้ว่า เราไม่รู้จักตัวเองเลย ตื่นมาก็จัดระเบียบสมอง:

  1. เช็คตารางตัวเองก่อน: มีเวลาเรียนสัปดาห์ละสองครั้งเท่านั้น!
  2. ปัญหาหลักคือแกรมม่ากับคำศัพท์ ไม่เน้นสนทนา
  3. งบประหยัดแม่ให้มาแค่หมื่นห้า

วิธีคัดแบบฟิตเป๊ะที่ใช้จริง

สุดท้ายปรับเกณฑ์ใหม่ฉบับบ้านๆ:

  • ไม่ดูแบรนด์ใหญ่ แต่โฟกัสรีวิวเด็กมหาลัยจริงๆ ใน pantip
  • ต้องทดลองเรียนฟรี ทุกที่โดยไม่ให้เบอร์แม่ (เดี๋ยวตื๊อ)
  • ถามตรงๆ เรื่องระบบแก้ไขงาน: ถ้าครูไม่ตรวจ writing ให้ละก็ถอยไป!
  • ไล่ดูสัดส่วนเวลา ว่าตรงจุดอ่อนเรารึเปล่า เราเน้นแกรมม่ายกกำลังสอง

จบที่เลือกคอร์สสดเล็กๆ แถวม.เกษตร ครูลงทุนติวส่วนตัวให้สัปดาห์ละครั้งแบบเน้นเทสต์เอ็นท์โดยเฉพาะ ที่สำคัญ จ่ายเป็นเดือนๆ ได้ พอเรียนไปแล้วปรับเพิ่มเวลาได้

สรุปปิดร้าน

หกเดือนนั่งรถสองเวลาไปเรียน เจอฝนตกรถติดก็มี แต่พอผลออกมาเกรดอังกฤษจาก 2.0 เป็น 3.5 แถมเอ็นท์ติดตามฝัน มันคุ้มมาก ประเด็นคือเราต้องส่องตัวเองให้ขาดก่อนค่อยไปส่องสถาบันเรียนพิเศษ อย่าหลงโฆษณาเว่อร์ๆ นะทุกคน!

TL;DR : ไม่มีสูตรสำเร็จ ติวดีไม่ดีอยู่ที่ “เป้าหมายเราเองสำคัญสุด” ก่อนซื้อคอร์สให้ลองนั่งกระดาษเขียนจุดอ่อน+เวลา+งบให้ชัด!