ความจริงแล้วเรื่องมีอยู่ว่าก่อนหน้านี้ฉันลองโหลดแอพสอนภาษาอังกฤษมากี่ตัวแล้วก็ไม่ค่อยเวิร์กเลย เลยตั้งใจจะวัดผลแบบจริงจังสักที เริ่มจากเลือกแอปตัวนึงที่เพื่อนบอกว่าใช้ดี แต่ขอยกเว้นไม่บอกชื่อนะ จะโฟกัสที่วิธีวัดผลมากกว่า
ขั้นแรกก่อนเริ่มเรียน
แกไม่เทสตัวเองก่อนเรียนยังไงรู้มั้ย? ฉันมีสูตรลับ:
- อัดวิดีโอตัวเองพูดภาษาอังกฤษ คลิปละ 3 นาที เก็บบนคลาวด์ไว้เปรียบเทียบตอนหลัง
- จับเวลาทำแบบทดสอบแกรมม่าร์ 20 ข้อ ดูว่าใช้เวลานานเท่าไหร่ แล้วผิดกี่ข้อ
- ให้แฟนที่เป็นฝรั่งเม้าท์ด้วย แต่นี่แอบไม่ฟร์เอร์! ถามเค้าว่าเวลาฉันพูดไป ไอ้หนูแกเข้าใจกี่เปอร์เซ็นต์
วิธีวัดผลระหว่างเรียน
พอเริ่มเรียนแอพวันแรกก็ตั้งกฎกับตัวเองชัดเจน:
ทุกวันอาทิตย์ตอนเช้า ยืนหน้ากระจกพูดตามคลิปในแอพ บางทีพูดสะดุดจนหน้าแดง แถมแกแมวที่บ้านยังเลียปากมองแปลกๆ! แต่ก็พยายามอัดคลิปเก็บไว้ทุกสัปดาห์
ที่เด็ดคือทำ สมุดบันทึกผิดแบบโง่ๆ คือเขียนผิดแค่ไหนก็ได้แต่ต้องเขียนทุกวัน เช่น บันทึกว่า “วันนี้แอพสอนคำว่า appropriate จำไม่ได้ ไปเผลอพูดว่า ape ใส่เจ้านายตอนประชุม” กลายเป็นตลกห้องไปเลย
3 เดือนผ่านไปผลเป็นไง?
หลังจากวัดผลเดือนต่อเดือนพบว่า:
- สัปดาห์ที่ 1-4: เวลาทำแบบทดสอบแกรมม่าน้อยลง 10 นาที แต่คะแนนดีดขึ้นแค่ 10%
- สัปดาห์ที่ 5-8: ตอนอัดคลิปสัปดาห์ที่ 8 ตกใจเอง! เสียงไม่สั่นเหมือนครั้งแรก แฟนบอกความเข้าใจเพิ่มจาก 40% เป็น 60%
- สัปดาห์ที่ 9-12: นึกคำศัพท์ได้เร็วขึ้นตอนคุยงาน อันนี้หัวหน้างานเปรเทียบเองว่า “ก่อนหน้านี้ดูรอแปลในหัวนาน ตอนนี้เหมือนแกะถุงซองผงชูรส”
แต่ก็เจอจุดอ่อนโหดอยู่! แอพสอนแกรมม่าบางจุด ซับซ้อนกว่าหนังสือเรียนตั้งเยอะ บางวันอยากถุยโท่ะลงในจอโทรศัพท์ แถมแบบฝึกหัดพูดที่อัดเสียงไว้ ระบบตรวจจับสำเนียงมันดันฟังฉันออกแค่ 60% ไหนจะร้องเพลงภาษาอังกฤษที่แอพมีให้ด้วย เสียงฉันเหมือนแมวดักลากล่องเลยเพื่อน!
สรุปผลการวัดผลแบบกูไม่เกลียดใคร…แอพช่วยได้จริงแต่เฉพาะจุด! ฝึกพูดกับคนจริงยังไงก็แทนที่ด้วยเทคโนโลยีไม่ได้ ส่วนแกรมม่ายังต้องเปิดกูเกิลหาอธิบายเพิ่มอีกเพียบ แต่ก็ถือว่าคุ้มกับเงินเดือนครึ่งเดือนที่จ่ายไปมั้ง ถ้าอยากได้ผลเร็วก็ต้องทนมึนกับระบบบ้างแหละ!