ก็คือว่ากูได้แรงบันดาลมาจากคลิปในยูทูปอะ เค้าบอกว่าเรียนเร็วได้ภายในเดือนนึง พอเห็นปุ๊บใจสั่งให้ไปเลย อยากเก่งเหมือนกัน จะได้ไปคุยกับฝรั่งที่มาเที่ยวแถวบ้านเรา
ลงมือวันแรกเละไม่เป็นท่า
เปิดแอพเรียนภาษาปุ๊บ อัดวันละ 5 ชม.เลย เวลา 3 ทุ่มเริ่มตาลาย ศัพท์คำว่า “apple” ยังลืม เริ่มรู้สึกตัวว่าแผนการกูร้ายแรงเกินไป คืนนั้นไฟดับลงเพราะสมองตัน
เปลี่ยนแผนยกแผง
- ตื่นตีห้าแทนนอนดึก ท่องศัพท์ 20 คำกับกาแฟถ้วยร้อน
- เอาฝรั่งเป็นครู – เก็บตังค์ไปนั่งที่ร้านทัวริสต์ทั้งวัน ยกมือทักทุกคนที่เดินผ่าน “Hello! Can we chat?”
- ทำตัวเป็นเด็กหัดเดิน – ยอมให้ฝรั่งหัวเราะเวลาเราพูดผิด บางทีแกรมม่ามั่วไปหมด ประโยคแบบ “I yesterday eat fried rice” นี่ปกติดี!
เจอทางตันจนทำลายข้าวของ
อาทิตย์สามเริ่มท้อจัด ฟังเพลงฝรั่งไม่รู้เรื่องสักนิด เลยเอารันเดรย์คอร์นมาฟังทั้งคืน พร้อมกับทุบคีย์บอร์ดจนแป้นกระเด็น น้ำตาจะไหลแล้วที่ยังพูดไม่ได้เหมือนในยูทูป
ช่วงชิงวิกฤตสุดท้าย
3 วันก่อนครบเดือน กูเอาจริงเอาจังกับเทคนิคของคนขายของ – ไปตลาดนัดย่านฝรั่งตะโกนขายส้มตำภาษาอังกฤษ “Spicy salad! Sweet! Cheap!” มือชี้ราคาไม่ง้อศัพท์หรู ฝรั่งเขายังยอมจ่ายตังค์ด้วยนะ!
พอครบเดือนเทียบความคาดหวังกับความจริง:
พูดคล่องระดับโลก? ไม่
สั่งข้าว+บอกทางได้? ได้
ความมั่นใจเกินร้อย? แน่นอน
สรุปก็คือ 30 วันทำได้แค่ระดับรอดตาย การจะจริงจังขนาดนั่งทำงานกับฝรั่งคงต้องใช้เวลาอีกตั้ง 3 เดือน แต่ที่ภูมิใจสุดคือตอนนี้ไม่หนีเวลามีฝรั่งถามทางแล้ว อิหยังวะ ก็ยืนยันว่าความกลัวนี่แหละที่ฆ่าความก้าวหน้า กูจะสู้ต่อเลย!