อยากรู้ค่าเรียน palfish ราคาแพงไหม เปรียบเทียบก่อนตัดสินใจที่นี่

0
135

มาแชร์ประสบการณ์ตรงเรื่อง “ค่าเรียน PalFish ราคา” ที่หลายคนอยากรู้กันหน่อย! บอกเลยว่ากว่าจะตัดสินใจเรียนได้เนี่ย คิดหนักมาก เพราะงบประมาณในกระเป๋ามันจำกัดไงเล่า

เริ่มจากที่ว่าอยากเก่งภาษาอังกฤษมากขึ้น ก็เลยลองหาคอร์สเรียนออนไลน์ดู ทีแรกก็เล็งไว้หลายที่นะ แต่พอมาเจอ PalFish เข้า ก็รู้สึกว่า เออ…มันน่าสนใจดี ตรงที่เรียนกับเจ้าของภาษาได้ แถมราคาก็ดูไม่แรงมากเท่าไหร่ (มั้ง)

  • เริ่มสำรวจ: สิ่งแรกที่ทำเลยคือเข้าไปส่องในเว็บไซต์ของ PalFish แบบละเอียด อ่านรีวิวจากคนอื่นเยอะมาก ทั้งใน Pantip ทั้งใน Facebook กลุ่มต่างๆ คือเก็บข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  • ลองเรียนฟรี: หลังจากอ่านรีวิวไปเยอะ ก็ตัดสินใจลองเรียนฟรีดูก่อน ซึ่ง PalFish เค้าก็มีคอร์สทดลองเรียนฟรีให้ลอง ก็เลยจัดไป! เรียนไป 25 นาทีมั้ง ถ้าจำไม่ผิด ตอนนั้นก็รู้สึกว่า เออ…ครูก็โอเค สอนสนุกดี
  • ส่องราคาคอร์ส: พอเรียนฟรีเสร็จ ก็เริ่มมาดูเรื่องราคาคอร์สอย่างจริงจัง ซึ่ง PalFish เค้าก็มีหลายคอร์สให้เลือกนะ มีทั้งคอร์สสำหรับเด็ก คอร์สสำหรับผู้ใหญ่ คอร์สสนทนา คอร์สเตรียมสอบ คือเยอะแยะไปหมด

ตอนนั้นที่เล็งๆ ไว้ก็คือคอร์สสนทนาสำหรับผู้ใหญ่ เพราะอยากเน้นฝึกพูดเป็นหลัก ก็เลยลองเข้าไปดูรายละเอียดราคา ปรากฏว่า…ราคามันก็มีหลายแบบอีก! ขึ้นอยู่กับจำนวนคลาสที่เราซื้อ ถ้าซื้อเยอะๆ ราคาก็จะถูกลง แต่ถ้าซื้อน้อยๆ ราคาก็จะแพงขึ้นมาหน่อย

เปรียบเทียบราคา: ทีนี้ก็เริ่มปวดหัว เพราะต้องมานั่งเปรียบเทียบราคาแต่ละคอร์ส แต่ละแพ็กเกจ คือต้องคำนวณกันเลยว่าถ้าเราเรียนสัปดาห์ละกี่ครั้ง จะคุ้มกว่ากัน ถ้าซื้อแพ็กเกจใหญ่ไป แล้วเรียนไม่จบ จะขาดทุนไหม คือคิดเยอะมาก!

ตัดสินใจซื้อ: หลังจากคิดหน้าคิดหลังอยู่นาน ก็ตัดสินใจซื้อแพ็กเกจเล็กๆ ก่อน เอาแบบที่พอเรียนได้สักเดือนนึงก่อน ถ้าชอบค่อยว่ากันใหม่ สรุปว่าตอนนั้นจ่ายไปประมาณ 2,000 กว่าบาทมั้ง ถ้าจำไม่ผิด

ประสบการณ์เรียนจริง

หลังจากจ่ายเงินเสร็จ ก็ได้เวลาเรียนจริง! ตอนแรกก็ตื่นเต้นนะ เพราะไม่เคยเรียนออนไลน์แบบตัวต่อตัวกับเจ้าของภาษามาก่อน พอเริ่มเรียนไปเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่า เออ…มันก็สนุกดี ครูเค้าก็ใจดี สอนเข้าใจง่าย แถมยังช่วยแก้จุดที่เราผิดพลาดได้ดีด้วย

  • เลือกครู: สิ่งสำคัญอย่างนึงคือการเลือกครู เราสามารถเข้าไปดูโปรไฟล์ของครูแต่ละคนได้ แล้วก็เลือกคนที่เราคิดว่าสไตล์การสอนน่าจะเข้ากับเราได้
  • จองคลาส: การจองคลาสก็ง่ายมาก แค่เข้าไปในแอป แล้วก็เลือกวันที่เราสะดวก แล้วก็เลือกครูที่เราต้องการ
  • เรียน: พอถึงเวลาเรียน ก็แค่กดเข้าไปในคลาส แล้วก็คุยกับครูได้เลย!

ข้อดีของการเรียน PalFish:

  • สะดวก เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา
  • ได้เรียนกับเจ้าของภาษา
  • ราคาไม่แพงมาก (ถ้าเทียบกับคอร์สเรียนภาษาอื่นๆ)

ข้อเสียของการเรียน PalFish:

  • ต้องมีวินัยในการเรียน เพราะถ้าไม่ขยันจองคลาส ก็จะไม่ได้เรียน
  • บางทีครูที่เราชอบ อาจจะไม่ว่าง

สรุป: โดยรวมแล้วก็ถือว่าประทับใจกับการเรียน PalFish นะ ได้ฝึกภาษาอังกฤษเยอะขึ้น แถมราคาก็ไม่แรงมาก แต่ก็ต้องมีวินัยในการเรียนด้วยนะ ไม่งั้นก็จะไม่เห็นผลลัพธ์

หวังว่าประสบการณ์ที่แชร์ไปนี้ จะเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังตัดสินใจเรียน PalFish นะจ๊ะ!