51talk กับ palfish ต่างกันยังไง หาคำตอบก่อนเลือกคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ

0
102

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้อยากมาแชร์ประสบการณ์ตรงๆ ที่ผมได้ไปคลุกคลีอยู่พักใหญ่กับสองแพลตฟอร์มสอนภาษาอังกฤษออนไลน์ยอดฮิตอย่าง 51Talk (ไฟว์-วัน-ทอล์ค) กับ PalFish (พาล-ฟิช) ว่ามันต่างกันยังไง เผื่อใครกำลังเล็งๆ อยากลองเป็นครูออนไลน์จะได้เห็นภาพชัดขึ้นนะครับ

จุดเริ่มต้นของการผจญภัยในโลกสอนออนไลน์

เรื่องของเรื่องคือช่วงนั้นผมกำลังมองหาอะไรทำเสริม แล้วก็เบื่อๆ งานประจำนิดหน่อย บวกกับเห็นเพื่อนบางคนเขาก็สอนออนไลน์กัน ก็เลยเออ…น่าสนใจดีแฮะ เลยเริ่มหาข้อมูลดู ตอนแรกก็ตาลายครับ มีหลายเจ้ามาก แต่ที่คนพูดถึงเยอะๆ แล้วผมรู้สึกว่าเออ น่าจะลองได้ ก็มีสองเจ้านี่แหละ 51Talk กับ PalFish ผมก็เลยตัดสินใจว่า เอาวะ! ลองมันทั้งคู่ไปเลย จะได้รู้กันไปเลยว่าอันไหนมันเป็นยังไง

ลงสนามจริงกับ 51Talk

ผมเริ่มจากการสมัคร 51Talk ก่อนเลยครับ เข้าไปดูในเว็บเขาก็ดูเป็นทางการดีนะ ขั้นตอนการสมัครก็จะมีกรอกข้อมูล ส่งเอกสารพวกวุฒิการศึกษา ใบรับรองการสอน (ถ้ามี) แล้วก็มีสอบวัดระดับภาษาอังกฤษนิดหน่อย จากนั้นก็จะมีสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ แล้วก็มีการเทรนนิ่ง แล้วก็ต้องทำ Demo Lesson หรือสอนตัวอย่างให้เขาดูด้วย

พอผ่านหมดทุกด่าน (เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกันนะ ฮ่าๆ) ก็ได้เริ่มสอนจริงครับ สิ่งที่ผมเจอหลักๆ กับ 51Talk คือ:

  • นักเรียน: ส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ ชาวจีนเลยครับ อายุค่อนข้างน้อย ตั้งแต่เด็กเล็กๆ ไปจนถึงประถมปลาย เนื้อหาการสอนเขาจะมีให้ค่อนข้างเป๊ะๆ เป็นสไลด์มาเลย เราก็สอนตามนั้นไป
  • ระบบการจองคลาส: เขาจะมีระบบเปิดจองเวลาให้เราเลือก ว่าเราสะดวกสอนช่วงไหนบ้าง แล้วนักเรียนก็จะมาจองคลาสเราเอง ถ้าโปรไฟล์เราดี สอนดี ก็มีโอกาสที่นักเรียนจะจองเต็มได้ง่าย
  • การจ่ายเงิน: จ่ายเป็นรายชั่วโมงครับ เรทก็แล้วแต่คุณสมบัติและประสบการณ์ของเรา ตอนนั้นของผมก็ถือว่าโอเคกลางๆ ไม่ได้สูงมาก แต่ก็ไม่ได้แย่
  • ความรู้สึกส่วนตัว: ผมรู้สึกว่า 51Talk มันมีความเป็นระบบระเบียบสูงมาก เหมาะกับคนที่ชอบอะไรที่มันชัดเจน มีโครงสร้างให้เดินตาม แต่บางทีก็แอบรู้สึกว่ามันเป๊ะไปนิดนึง ความยืดหยุ่นอาจจะน้อยหน่อย

เปลี่ยนบรรยากาศมาลอง PalFish

หลังจากสอนกับ 51Talk ไปได้สักพัก ผมก็เริ่มอยากลอง PalFish บ้างละ เพราะเห็นว่ามันมีหลายรูปแบบให้เลือกสอนได้ ขั้นตอนการสมัคร PalFish นี่จะต่างจาก 51Talk นิดหน่อยครับ คือมันจะเน้นทำผ่านแอปพลิเคชันในมือถือเป็นหลักเลย กรอกข้อมูล อัดวิดีโอแนะนำตัวเอง แล้วก็รออนุมัติ

สิ่งที่ผมเจอใน PalFish คือ:

  • รูปแบบการสอน: อันนี้แหละที่ผมว่ามันหลากหลายดี มีทั้งแบบ Official Kids Course (OKC) อันนี้จะคล้ายๆ 51Talk คือมีหลักสูตร มีสไลด์ให้ สอนเด็กๆ เป็นหลัก แล้วก็มีแบบ Free Talk อันนี้คือเรากำหนดเรทเองได้เลย ใครอยากคุยเล่น ฝึกภาษาทั่วไปก็ทักมาได้เลย แล้วก็ยังมีแบบอื่นๆ อีกนิดหน่อย
  • นักเรียน: ถ้าเป็น OKC ก็จะเป็นเด็กๆ ครับ แต่ถ้าเป็น Free Talk นี่หลากหลายมาก มีทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ จากหลายประเทศเลย ไม่ได้จำกัดแค่จีน
  • ความยืดหยุ่น: ผมว่า PalFish ยืดหยุ่นกว่าเยอะ โดยเฉพาะ Free Talk เราอยากเปิดสอนตอนไหนก็ได้ กำหนดราคาเองได้ด้วย (แต่ก็ต้องแข่งขันกับคนอื่นนะ) ส่วน OKC ก็จะคล้ายๆ 51Talk คือมีตาราง มีการจอง
  • การใช้งาน: ส่วนใหญ่ใช้ผ่านมือถือหรือแท็บเล็ตได้เลย สะดวกดี ไม่ต้องเปิดคอมตลอดเวลา
  • ความรู้สึกส่วนตัว: PalFish ให้ความรู้สึกอิสระมากกว่า โดยเฉพาะถ้าใครไม่ชอบอะไรที่ตายตัว ชอบความหลากหลาย อยากคุยกับคนหลายๆ แบบ ก็น่าจะชอบ PalFish ครับ แต่ถ้าเป็น OKC ก็ต้องเตรียมตัวเหมือนกันนะ ไม่ใช่ว่าจะชิลล์ได้อย่างเดียว

แล้วสรุปมันต่างกันยังไงล่ะ จากที่ลองมา?

เอาจริงๆ นะครับ หลังจากที่ผมได้ลองสอนทั้งสองที่ ผมว่ามันมีดีคนละแบบ ขึ้นอยู่กับว่าเราชอบสไตล์ไหน หรือเราต้องการอะไรจากการสอนออนไลน์มากกว่า

ถ้าให้ผมสรุปแบบบ้านๆ จากประสบการณ์ตรงเลยนะ:

51Talk เนี่ย จะเหมาะกับคนที่:

  • ชอบความมีระบบระเบียบ หลักสูตรเป๊ะๆ สอนตามสไลด์ไปเลย
  • อยากได้ความแน่นอนของตารางสอน (ถ้าเราเปิดจองแล้วมีคนมาจองนะ)
  • เน้นสอนเด็กจีนเป็นหลัก
  • โอเคกับการที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์และมีอินเทอร์เน็ตที่เสถียรมากๆ

ส่วน PalFish จะเหมาะกับคนที่:

  • ชอบความยืดหยุ่นสูง อยากกำหนดเวลาสอนเอง กำหนดเรทเอง (ในส่วนของ Free Talk)
  • อยากสอนนักเรียนที่หลากหลาย ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ จากหลายชาติ
  • ชอบความสะดวกสบายในการใช้แอปพลิเคชันผ่านมือถือหรือแท็บเล็ต
  • อยากมีตัวเลือกในการสอนหลายแบบ ทั้งแบบมีหลักสูตร (OKC) และแบบคุยสบายๆ (Free Talk)

สำหรับผมเอง ตอนนั้นผมลองทั้งสองอย่างสลับกันไปมา แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าตัวเองเอ็นจอยกับความยืดหยุ่นของ PalFish มากกว่านิดหน่อย เพราะมันทำให้ผมจัดเวลาได้ง่ายขึ้น แล้วก็ได้คุยกับคนหลากหลายดี แต่ก็ต้องบอกว่ารายได้จาก OKC ของ PalFish ก็จะสม่ำเสมอกว่า Free Talk นะครับ อันนี้ก็แล้วแต่จังหวะจริงๆ

หวังว่าประสบการณ์ที่ผมเอามาเล่าให้ฟังวันนี้ จะพอเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังสนใจอยากลองสอนออนไลน์ดูบ้างนะครับ ไม่มีอะไรดีที่สุดหรอกครับ มีแต่ว่าอันไหนมัน “ใช่” สำหรับเรามากกว่า ลองดูครับ สนุกดี ได้ประสบการณ์เยอะเลย!