เริ่มแรกเลยนะ ตอนที่คิดจะฝึกภาษาอังกฤษเนี่ย เราตั้งเป้าไว้ 6 เดือนแบบจริงจังเลย เพราะรุ่นพี่ในบริษัทบอกว่าถ้าตั้งใจได้ขนาดนี้ พอไปคุยงานกับฝรั่งได้แน่นอน ส่วนตัวเราไม่มีพื้นอะไรเลย แค่จำศัพท์ basic ได้นิดหน่อยตอนมัธยม
สัปดาห์แรก : สำรวจตัวเองก่อน
เปิดยูทูปหาคลิปสอนเบสิกเจอเพียบ แต่ดันรู้สึกท้อตอนฟังไม่รู้เรื่อง! เลยเปลี่ยนวิธีใหม่ เริ่มจาก นั่งเขียนสิ่งที่จำเป็นต้องใช้ก่อน จริงๆ ในชีวิต:
- ทักทายลูกค้า
- อธิบายสินค้าแบบสั้นๆ
- อ่านเมนูร้านอาหารฝรั่ง
เขียนออกมาแล้วถึงรู้ว่าที่ต้องเรียนจริงๆ มีไม่เยอะเหมือนคิด
เดือน 1-2 : ท่องศัพท์วันละนิดแต่จำแม่น
ไม่ยัดทีละร้อยคำเพราะทำไม่ได้อยู่แล้ว 😅 แบ่งวันละ 5 คำใกล้ตัวสุด เช่น
- แก้วน้ำ = cup (แต่เราจะบอก mug, glass ด้วยไหม? โอ๊ยยงง!)
- ข้าวผัด = fried rice (ง่ายกว่าที่คิด!)
เวลาเห็นของจริงก็พยายามเรียกชื่อมันในหัว ทุกวันก่อนนอนลองแต่งประโยคง่ายๆ สัก 3 ประโยค เช่น “I drink water. This is my cup. Fried rice is good.” พิมพ์เก็บไว้ในมือถือดูเองตอนเช้า
เดือน 3-4 : หัดฟังแบบไม่ต้องเกร็ง
ค้นพบบทสนทนาสั้นๆ ในเน็ตที่มีซับไทย (หามากนะเรื่องนี้) ฟังวันละ 10 นาทีตอนอาบน้ำ ไม่ต้องพยายามเข้าใจทุกคำ! แค่จับKeywordsให้ได้ว่าเขาคุยกันเรื่องอะไร เช่น ได้ยิน “coffee”, “busy”, “later” = นัดกินกาแฟแต่วันนี้ยุ่งให้มาใหม่ทีหลัง! ยิ่งฟังบ่อยๆ หูชินไปเอง
เดือน 5-6 : ฝึกพูดกับตัวเองแบบไม่แคร์ใคร
สุดท้ายเลยคือ การบังคับปากให้ขยับ ตอนแรกอายตัวเองมากๆ คุยกับกระจกยังสะดุด! แต่ลองอัดเสียงไว้ฟังเองทุกวัน เจอจุดที่พูดติดขัดก็จดไว้ อาทิ:
- พยายามอธิบายวิธีทำอาหารไทยง่ายๆ เป็นอังกฤษ (มั่วไปหมดตอนแรก 555)
- นึกบทสนทนาเวลาซื้อของแล้วตอบเองทั้งสองฝั่ง
เดือนสุดท้ายนี้กล้าบอกเพื่อนๆ ให้มาถาม英文นิดหน่อยเราด้วย ลองตอบไปแบบไม่ต้องกลัวผิด
สรุป 3 วิธีที่ทำแล้วเวิร์คสุด
- เรียนทีละน้อยแต่เอาไปใช้จริงได้ทันที
- ฟังเรื่องที่ใกล้ตัว+ฟังทุกวันแบบไม่ต้องกดดัน
- ฝึกพูดคนเดียวก่อนจนชินปาก
ผ่านไป 6 เดือน ถึงจะไม่เป๊ะเว่อร์ แต่พอคุยงานพื้นฐาน+เข้าใจบทสนทนาง่ายๆ ได้แล้วนะ ส่วนเรื่องแกรมมาร์… ยังไม่เทพ แต่มั่นใจว่าเดี๋ยวเก่งขึ้นเรื่อยๆ ได้แน่ถ้าไม่ยอมหยุด!