เมื่อก่อนผมภาษาอังกฤษแย่มาก เจอฝรั่งทีไรเป็นต้องหลบ อยู่บริษัทญี่ปุ่นแต่เจ้านายเป็นอเมริกัน เวลาประชุมนี่สมองเป็นผงเลย แอบเห็นจดหมายปิดปรับเงินเดือนเพราะภาษาไม่ดีนะเนี่ย
จุดเปลี่ยนมันเกิดวันไหนจำได้แม่น
วันนั้นแผนกเรารับงานลูกค้าออสเตรเลียใหม่ พอดีฝรั่งโทรมาหาแม่บ้าน แต่แม่บ้านไม่ว่าง ผมเลยยกหูรับเอง ทันทีที่ได้ยินสำเนียงฝรั่งปุ๊บ สมองดับเลย! ยืนแข็งตึงแป๊บนึง พูดไม่ออกคำเดียว สุดท้ายเพื่อนร่วมงานมารับสายแทน สายตาเพื่อนมองผมแบบ…อายแทนจริงๆ
เริ่มต้นแบบคนงบน้อย
ตอนแรกนึกว่าต้องจ่ายหลักหมื่นไปเรียนพิเศษแน่ๆ แต่ดันไปเจอทางฟรี! ขั้นตอนง่ายๆ คือ:
- สมัครแอปฟรี : โหลดแอปฝึกภาษามา 3-4 ตัว เลือกเอาตัวที่รู้สึกถนัดสุด ใช้ฟีเจอร์พื้นฐานที่เค้ามีให้ฟรี
- ยอมดูการ์ตูนเด็ก : ไม่น่าเชื่อนะ ผมมานั่งดู Peppa Pig เป็นภาษาอังกฤษทุกวันตอนกินข้าวเย็น สนุกไปอีกแบบ
- เกมเมอร์เปลี่ยนวิธี : จากที่เล่นเกมเสียงไทยล้วน หันมาตั้งเสียงอังกฤษแบบ字幕ไทย พอชินก็เปลี่ยนเป็น英字英声ไปเลย
เจอของดีแถวบ้าน
อาทิตย์นึงผ่านไป แม่บอกว่าศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานเขตเรามีคอร์สฟรี! วิ่งไปสมัครทันที ตื่นเต้นมากที่ได้เจอคลาสแบบ:
- ไม่ต้องอายใคร เพราะในห้องมีทั้งลุงอายุ 60 กับน้องม.ปลายเรียนรวมกัน
- ครูใจดีสอนจาก ศัพท์ง่ายๆ แบบไม่ต้องคิดเยอะ คือจับมาพูดเลย
- มีการจับคู่ซ้อมบทสนทนาทุกคาบ ตอนแรกผมพูดค้างคา ตอนหลังชินจนลื่นปรื๊ด
ฝึกเพิ่มแบบไม่ยอมหยุด
ผ่านไปสองเดือน ตอนนี้ผมกลายเป็นคนละคน:
- อาบน้ำเป็นโรงเสียง : แปลกแต่จริง! ผมร้องเพลงภาษาอังกฤษทุกครั้งเวลาอาบน้ำ แรกๆเสียงแตก ตอนนี้เริ่มเพราะแล้ว
- ท้าทายตัวเองทุกอาทิตย์ : คุยกับแคชเชียร์ต่างชาติที่เซเว่น ไม่สนว่าผิดถูก กล้าอ้าปากก่อนก็ชนะแล้ว
- ไดอารี่ภาษาอังกฤษ : เขียนสั้นๆวันละ 3 บรรทัด “วันนี้กินข้าวแกงไก่” ก็อธิบายเป็นอังกฤษแบบง่ายๆ
รู้ไหมผลลัพธ์ตอนนี้? แค่ 5 เดือนผ่านไป ผมได้ขึ้นตำแหน่งเพราะกล้าคุยงานกับลูกค้าต่างชาติได้เอง และได้ค่าแบ่งโอทีเพิ่มเป็น 2 เท่า! แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือตอนขึ้นเครื่องบินไปเที่ยวสิงคโปร์ครั้งแรก นึกอยู่ในใจ “เฮ้ย มันง่ายกว่าการประชุมเมื่อคราวนั้นตั้งเยอะ”