คอร์สเรียนภาษาอังกฤษฟรีออนไลน์ปี 2021 ใน Pantip เรียนแบบไหนดีกว่ากัน

0
60

ก็เริ่มจากปวดหัวกับเรื่องงานมากเลยช่วงปลายปี 2020 นี่แหละ ตอนไปสัมภาษณ์งานที่บริษัทต่างชาติเค้าให้ทดสอบภาษาอังกฤษก้มึนไปพักใหญ่ เลยคิดว่าปีใหม่นี้ต้องอัพสกิลภาษาแล้ว โดยงบประมาณนี่คือ 0 บาทเป๊ะ! ก็เลยไปหาข้อมูลใน Pantip แบบมั่วๆ ปักหมุดคำว่า “เรียนภาษาอังกฤษฟรี” ซะหน่อย

ขั้นตอนแรก : สำรวจด่านหน้า Pantip

เลื่อนฟีดในห้องการศึกษาไม่ถึงสิบนาทีก็เจอโพสต์เปรี้ยงๆ หัวข้อ “รวมคอร์สฟรีปี 2021 เอาไปติวช่วงล็อกดาวน์” อันนี้แม่งโดนใจ! กดเซฟไว้สิบกว่าคอมเมนต์แบบไม่คิดชีวิต แบ่งเป็นสามประเภทหลัก:

  • เว็บเรียนแบบมีวีดีโอจัดเต็ม บางทีก็มีเอกสารให้ดาวน์โหลด
  • แอพฝึกภาษาในมือถือ อันนี้สะดวกเวลานั่งรอคิวซื้อข้าว
  • กลุ่มเฟสบุ๊คที่ติวเตอร์มาสอนสดๆ ทุกอาทิตย์

ขั้นตอนสอง : ลองเรียนแบบมั่วสนุก

อาทิตย์แรกเปิดหน้าคอมพาวเป้าไว้สามแท็บพร้อมกัน เว็บเรียนแกรมม่านี่ก็ดีย์นะ แต่พอพาร์ทแบบฝึกหัดปรากฎว่าตอบถูกแค่ 4/10 โคตรท้อ! ข้ามไปทดลองเข้า กลุ่มสอนสด นัดไว้ตีหนึ่งครึ่งเพราะบอกว่าเรียนฟรีไม่มีข้อผูกมัด พอถึงเวลาจริงนี่คนเรียนรุมร้อยกว่าคน ติวเตอร์ถามคำถามทีเราแชทตอบไปแทบไม่ทัน คอมเมนต์จมหายไปในทะเลแชท แบบนี้ไม่ไหวแม่งเครียดกว่าเรียนในห้องอีก

สุดท้ายยื่นหยิบมือถือมาโหลด แอพฝึกคำศัพท์ ที่คนรีวิวว่าเล่นได้เรื่อยๆ ในวันหยุด แค่สามวันก็แทบลาออก! มีระบบเก็บสถิติคะแนนแบบจัดหนัก พอเราทำแบบทดสอบได้แค่ 30% เนี่ย แอพมันขึ้นแจ้งเตือนว่า “ทักษะคุณต่ำกว่าค่าเฉลี่ยผู้ใช้ 89%” โดนแดกกดดันแบบไม่ทันตั้งตัว

ขั้นตอนสาม : ปรับมุมมองใหม่

ผ่านไปเกือบเดือนรู้สึกท้อแท้ พี่สาวมาเห็นเข้าถามว่า “มึงตั้งเป้าหมายยังไงนะ?” ตอนนั้นนึกขึ้นได้ว่าการเรียนเป็ดๆ นี่เพราะโฟกัสผิด! เลยเปลี่ยนวิธีใหม่:

  1. เลือกแพลตฟอร์มเดียวที่เวิร์คที่สุดกับเรา (เว็บเรียนวีดีโอที่แบ่งระดับชัด)
  2. ไม่ยัดทุกทักษะพร้อมกัน แค่สัปดาห์นี้พาร์ทฟังอย่างเดียว
  3. ใช้กฎ 15 นาทีต่อวันแบบไม่อัด เปลี่ยนจาก “ให้จบคอร์ส” เป็น “ให้ชินกับภาษาทุกวัน”

ปรากฎว่าพอเดือนที่สามเริ่มฟังเพลงฝรั่งรู้เรื่องขึ้นนิดนึง เวลาดูยูทูบไม่ต้องกดซับไทยตลอดเวลา แม้จะแค่ 30% แต่รู้สึกว่า ค่อยๆ ก้าวทีละขั้น มันเวิร์คกว่าเยอะ

สรุป : เรียนออนไลน์ฟรีแบบนี้ต้องเลือกให้เหมาะตัวเรา

จากที่ลองมานี่พอสรุปได้ว่า:

  • คอร์สวีดีโอในเว็บ : เหมาะกับคนชอบเรียนเป็นขั้นตอนแบบไม่งง แต่อย่าหวังให้ติวเตอร์มาตอบคำถาม
  • กลุ่มสอนสดฟรี : เจ๋งถ้าอยากได้บรรยากาศแบบคลาสสด แต่ถ้าไม่กล้าแชทถามก็เสียของ
  • แอพมือถือ : สะดวกสุดแต่ต้องเลือกแอพที่โหดไม่เกินเหตุ ถ้าโดนระบบจัดลำดับคะแนนด่าไม่หยุดอาจพาลถอดใจ

ส่วนตัวเราว่าการเรียนภาษาแบบไม่เสียตังค์นี่อยู่ที่ สม่ำเสมอ มากกว่าแพลตฟอร์มสวยหรู บางคนอาจชอบแอพเพราะสะดวก บางคนอาจถูกใจเว็บที่มีสไลด์ให้อ่าน ส่วนเราเรียนจนวันนี้ก็ยังไม่คล่องหรอก แต่อย่างน้อยก็กล้าขึ้นรถเมล์คุยกับฝรั่งหลงทางได้ละ (ทั้งที่ใจเต้นเหมือนจะวาย!)