โอ้โห ตอนนั้นหาเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์อยู่พักใหญ่ ชอบเรียนฟรีด้วย แบบไม่ต้องเสียตังค์นะ กะว่าไว้ไปสมัครงานอ้างอิงได้นิดหน่อย นอนค้นหาข้ิอมูลอยู่เป็นอาทิตย์เลยครับ
เริ่มแรกก็มั่วๆ ไปก่อน
เปิดกูเกิ้ลพิมพ์คำว่า “เรียนภาษาอังกฤษฟรีได้ใบเซอร์” แหมะ…ขึ้นมาเป็นพรวน หลากหลายเว็บมากเลย ตะลุยลงทะเบียนแทบทุกเว็บ ให้มันเบอร์โทรศัพท์เนี่ย บางทีก็ต้องยืนยันอีเมล บางทีให้กรอกประวัติยืดยาว สุดท้ายก็ได้แต่รหัสนักเรียนแล้วเข้าหน้าหลักไปนั่งงงต่อ
บางเว็บสอนง่ายมาก คลิกผ่านๆ บทสนทนาพื้นฐาน จบนิดเดียวจะออกใบเซอร์แล้ว แบบ…เห้ย มันได้งี้เหรอ? เรียนยังไม่ทันได้ความรู้เต็มๆ เลยอ่ะ
มาเจอบางคอร์สที่มันพอได้!
แต่มีอยู่สองสามเว็บที่มันเวิร์กมากกว่าเพื่อนนะ ต้องยอมเสียเวลาหน่อยล่ะ:
- คอร์สแรก: ให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนเลย วัดระดับ ออกข้อสอบแกรมม่า+เขียนนิดหน่อย ออกมาโปรไฟล์คำว่า Pre-Intermediate โอเค พอมีหลักให้เริ่ม
- เรียนทีละหัวข้อเข้มข้นดี มีคลิปวีดิโออาจารย์ต่างชาติสอนจริงๆ หน้าตาเว็บเหมือนเรียนในห้องออนไลน์ แต่ไม่มีคนมาเรียนพร้อมกันนะ แบบเดี่ยวๆ เลย
- งานมาเต็ม เฮ้ย! แต่ละบทมีทั้งดูวีดิโอ, แบบฝึกหัด grammar คลิกลากวาง, เขียนเรียงความส่งอาจารย์ตรวจ ยากชิบหาย แต่พอมีคอมเม้นต์อาจารย์บอกจุดผิดจุดถูกกลับมา ช่วยได้เยอะมากเลยนะ
- ช่วงนึง มือถือเอ๋อ โหลดสไลด์ไม่ขึ้น ส่งการบ้านเว็บเด้ง! โกรธจัดพักหนึ่งนึง กว่าจะแก้ไขได้ หุหุ
จบแบบเหนื่อยแต่เฮง
เรียนไปสามเดือน แทบไม่ได้ออกไปไหนเลย เสาร์-อาทิตย์ก็นั่งจิ้มคอม ต้องพรีเซนต์หน้าจอผ่าน Zoom ด้วยล่ะ! ตื่นเต้นจัด พูดภาษาอังกฤษงี่เง่าหน้าคนตรวจ มันเลย 555 แต่พอผ่านแล้วนี่…
ได้รับอีเมลมาเชิญโหลดใบเซอร์เป็นไฟล์ PDF ปุ๊บ! เขียนชัดเจนว่า “Certificate of Completion”, ระบุชื่อเรา, ชื่อคอร์ส, ระดับความยาก, เวลาเรียนทั้งหมด และลายเซ็นอาจารย์ ดูเทียบกับเพื่อนๆ ที่เคยเสียตังค์ไปเรียนที่อื่นมา ถูกกว่าสิบเท่าแต่คุณภาพใกล้เคียงกันเว่อร์ รู้สึกว่าเหนื่อยคุ้มมากๆ เลยครับ
สรุปแล้ว: ของฟรีต้องสละเวลาแลก…แถมคอร์สดีจริงๆ เจอข้อยากจนมึนตึ้บ แต่มันช่วยได้จริงนะ แค่ต้องอดทนคัดคอร์สให้ดีก่อนสมัครครับผม!