ก็อย่างว่าเนอะ เรามานั่งคิดว่าทำไมวัยทำงานอย่างเราๆ ถึงเรียนภาษาอังกฤษเท่าไหร่ก็ยังไม่คล่องสักที อยู่ดีๆ ก็คิดได้ว่ามันต้องลองสอนดูบ้างแหละ อย่างน้อยเอาประสบการณ์ตัวเองมารีวิวให้คนอื่นฟังก็ดี เลยคว้าปากกามานั่งฟุ้งแผนแบบมั่วๆ เริ่มจาก…
ขั้นแรกว่าเลย
นัดเพื่อนเก่ามาชิวๆ นี่แหละคืออาวุธลับ คนนั้นทำงานรีสอร์ทติดต่อต่างประเทศทั้งวัน แถมเพิ่งโดนหัวหน้าเอาตะพรุมาใส่ว่า “พวกมึงเจรจากับเค้าไม่ได้ก็อย่าเพิ่งรับลูกค้าฝรั่ง” เจ็บปุ๊บ โทรหามาปั๊บ เราฮึบตอบไปตรงๆว่า “เตรียมเงินค่าขนมมาเดี๋ยวจัดให้”
สตาร์ทแบบบ้านๆ
วันแรกนัดกันที่ร้านข้าวต้มใกล้ออฟฟิศ หยิบเอาหน้าเมนูมากางเลย บอกตรงๆ มันคือคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของคนทำงาน! เราสอนให้เพื่อนสั่งอาหารเป็นภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ พวก “ขอไข่เจียวไม่ใส่ผัก แกงจืดใส่กระดูกอ่อนเพิ่ม ผัดกะเพราไม่ใส่พริก” เนี่ยแหละชีวิตจริง เพื่อนจดจนกระดาษเป็นรูลายมือยังไม่หยุด สอนแบบไม่ต้องง้อแกรมม่าหรอก ให้พูดแบบงูๆปลาๆ แต่พนักงานเข้าใจพอ
ปัญหาที่เจอตุ้มตู่
นี่เชียว! คิดว่าตัวเองเก่งแล้วแต่ไปไม่รอด สอนไปสามครั้งเพื่อนเริ่มบ่น “ครูเอ๊ย เรียนไปเอามาทำงานจริงๆก็นึกศัพท์ไม่ออกเหมือนเดิมอะ” พอดีเราเห็นเค้าหน้าเครียดตอนนัดพบลูกค้า เออว่ะ… ต้องเอาสถานการณ์จริงมาให้ลุย เลยกระแทกโพยการประชุมอีเมลเก่าๆ ของเราไปให้เค้าดูเป็นตัวอย่าง แรกๆ เพื่อนอ่านไม่ออก บอกเป็นคำต่อคำว่าตรงนี้เขาทักทายยังไง ตรงนี้ขอเลื่อนนัดยังไง ตรงนี้ด่าหัวหน้าแบบเนียนๆ ภาษาอังกฤษยังไง 555
- แบบแรก: “ตามเรื่องการประชุมพรุ่งนี้…” (แบบทางการมาก)
- แบบสอง: “เฮ้ย! ขอพักก่อนได้ป่ะ หัวกำลังจะระเบิดแล้วเนี่ย” (ใช้กับเพื่อนร่วมงานสนิท)
มุกเด็ดที่ได้ผลกว่าปกติ
ช่วงที่เพื่อนต้องพรีเซนต์งาน เรายัดมือถือเข้าไปถ่ายคลิป แล้วมาแกะทีหลังเป็นท่อนๆ พอเค้าเห็นตัวเองพูดภาษาอังกฤษในคลิป ตกใจแทบแย่ “โอ๊ยย ทำไมทำหน้าเครียดเหมือนคนท้องผูก! ฝรั่งเค้าทำไมยิ้มตลอดเลยอะ” เราไม่เกรงใจ บอกตรงปัดว่า “เพราะมึงไม่อ่านใจคู่เจรจาไงเว้ย” เลยสอนให้สังเกตภาษากาย อย่างเวลาฝรั่งเลิกคิ้วขึ้นนั่นคือให้เราอธิบายเพิ่ม ไม่ใช่หยุดพูดแล้วยืนงัน!
สรุปตรงนี้ล่ะ
สอนไปหกครั้ง เพื่อนก็สามารถไปเอาตัวรอดในที่ทำงานได้โดยไม่ต้องให้พี่เขาเขียนสคริปต์ให้ทุกครั้งแล้ว แม้จะยังพูดผิดบ้างแต่ไม่ถึงขั้นพังคา! เคสนี้ทำให้เรายึดหลักว่า “สอนอังกฤษให้วัยทำงานต้องเอาความเจ็บตัวมาเป็นครู” อย่าให้เค้าเรียนอังกฤษที่ไร้ตัวตน ท่องตำราสูตรสำเร็จเหมือนนั่งเรือล่องนที แบบนั้นถึงทำงานจริงก็เอาไปใช้ไม่ได้อยู่ดี พอสอนจบเพื่อนแซวว่า “เรียนครั้งนึงเสียน้อยๆ ถ้าไปเรียนสถาบันแพงๆ โดนหัวหน้าเตะอีกก็เจ็บสองเด้ง” เออ…เราก็ได้ของแถมเป็นประสบการณ์ไว้เล่าให้ฟังแบบนี้ไงล่ะ!