เฮียว่าอยากอัดคลิปถามทีมงานเรื่องไปเรียนภาษาแถวยุโรปแบบโดนๆ เลยต้องขุดประสบการณ์ตัวเองมาเล่าให้ฟัง เคยคิดว่าเรียนนอกมันต้องเป๊ะเวอร์ หลังๆ กลับพบว่ามีเซอร์ไพรส์หลายอย่างที่ไม่มีใครบอกไว้
ขั้นแรก : เปย์เงินก่อนคุยความหวัง
ตอนกดสมัครคอร์สที่ลอนดอนเดือนแรกนี่น้ำตาแทบไหล แลกเงินเป็นปอนด์ทีแม่เจ้าเฒ่าแก่นับเลขนิ้วสั่น! ค่าเรียนหลักสูตรเข้มข้น + หอพักนักศึกษาทำให้บัญชีทรุดฮวบ ยอมตัดสินใจลดความฟินลงด้วยการหาบ้านแชร์กับเพื่อนไทยอีกสองคน แถวโซน 2 เดินไปโรงเรียนครึ่งชั่วโมง บ้านเก่าๆ หน้าต่างรูเดียวแต่ประหยัดได้เดือนละสามหมื่นกว่า
เซอร์ไพรส์รอบที่ 1 : ดันประหยัดกว่าคิด
- เผลอๆ ร้านข้าวแกงถุงในซอยแถว Elephant & Castle ถุงละ 80 บาท อิ่มท้องกว่าร้านสะดวกซื้อ
- บัตรรถไฟรายเดือนแบบเหมาถูกกว่าซื้อเป็นเที่ยวเกือบเท่าตัว ถ้านั่งบ่อยควรซื้อทีเดียว
- ค่าคอร์สภาษาแพงจริงแต่ของมหาวิทยาลัยท้องถิ่นราคาน่าทานมาก
ขั้นต่อมา : ตะลุยใช้ชีวิตแบบหมาขี้เรื้อน
วันแรกๆ นึกว่าตัวเองเก่งเพราะสอบโทเฟลมา 200 กว่าๆ พอไปยืนต่อคิวสตาร์บัค เจอพนักงานถามว่า “Any dairy alternatives love?” นี่งงไปสิบวิว่านมทางเลือกมันคืออะไร เคยถูกกะเทยพังคอนโดในลิฟต์ด่าใส่เพราะเผลอพูดว่า “The weather is very hot” (ฤดูใบไม้ผลิเขาไม่ใช้ hot ต้องใช้ warm) นึกว่าอายแค่นั้นจนวันนึงไปร้าน Boots เจอแคชเชียร์ถามเรื่องคูปองลดราคา พูดไม่ออกจนทนไม่ไหวยื่นโทรศัพท์ให้พี่แกพิมพ์คำว่า “discount voucher” ลงกูเกิลให้ดูทีละตัวอักษร
เซอร์ไพรส์รอบที่ 2 : สมองรับสารพิษแบบไม่ทันตั้งตัว
อาทิตย์ที่สามเริ่มได้ยินประโยคซ้ำๆ ในหัวตอนนอน! พวก “mind the gap”, “cheers mate” แม้แต่คำด่าที่แฟลตเมทชาวอิตาเลียนกรีดร้องตอนจานแตกยังจำสำเนียงได้เป๊ะ สุดท้ายคือการที่ต้องพูดโดยอัตโนมัติเวลาใครจาม ทั้งๆ ที่เมืองไทยไม่เคยพูด bless you มาก่อนเลยนะเนี่ย
ขั้นคาดไม่ถึง : พบว่าประเทศไม่ใช้ภาษาอังกฤษดันได้เปรียบ
หลังเรียนจบเดือนแรก เผลอใจบินไปเที่ยวโปรตุเกส สายการบินทำกระเป๋าหาย ตอนแจ้งความที่สถานีตำรวจลิสบอนแทบลมจับ เพราะตำรวจยิงภาษาอังกฤษมาคำสองคำ ชาวบ้านรอบๆ ไม่มีใครพูดได้เลย สุดท้ายใช้สมาร์ทโฟนสลับๆ กันระหว่างเปิดกูเกิลเทนส์กับเปิดแผนที่รอเดี๋ยว ไม่รู้ทำไมทหารยามด่านผ่านแดนสเปนนึกว่าเราจีน โดนซักประวัติเป็นภาษาอังกฤษแรงมากจนถ่ายรูปพาสปอร์ตไม่ทัน
เซอร์ไพรส์รอบที่ 3 : ยิ่งภาษาไม่เก่งยิ่งโดนแทงหลัง
- ได้งานพาร์ทไทม์รีดผ้ารีดร้อนในร้านซักรีดท้องถิ่น เพราะเจ้าของเป็นคนตุรกีไม่เก่งอังกฤษเหมือนกัน เลยได้ค่าจ้างสูงกว่าร้านใหญ่
- เพื่อนร่วมชั้นส่วนใหญ่เป็นซาอุฯ / รัสเซีย เวลาทำกลุ่มไม่ต้องกลัวแฟนเก่าเพราะเขาไม่รู้จักละครน้ำเน่าภาษาไทย
- เวลาทะเลาะกับเพื่อนบ้านฝรั่งเศสเรื่องเสียงดัง ใช้แค่ศัพท์ด่าพื้นฐานแบบ bloody hell ก็จบ เพราะแกก็ไม่รู้จักศัพท์ยากไปกว่ากัน
สรุปแบบบ้านๆ
ถ้าถามว่าคุ้มไหมที่ไปนอนแบกกระเป๋าสะสมขี้อ้อนร้องไห้ตามห้องแอร์? คำตอบคือพอซื้อตั๋วกลับมาเถียกนี้มันคุ้มอย่างแรง โดยเฉพาะเรื่องฟังก์ชันสมองที่ถูกบังคับให้เปิดสวิชส์คิดภาษาอังกฤษอัตโนมัติเวลาเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต (แต่กูกลับไทยมานี่เผลอพูด “sorry” ตลอดเลยสัสๆ) แค่ระวังอย่าโดนหลอกให้ไปเรียนเมืองที่คนไทยพลุกพล่านเกิน บางทีการโดน房东老太太 (fángdōng lǎotàitai – แม่บ้านเจ้าของห้อง) ตะโกนด่าเรื่องแยกขยะผิดถังนี่แหละ – เป็นครูที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องจ่ายตังค์เพิ่มสลิง!