สมัยก่อนนี่อยู่เมืองไทยก็พยายามเรียนภาษาอังกฤษนะ แต่มันติดขัดโคตร เวลาเจอฝรั่งทีไรเป็นเอาหนังสือออกมาท่องทุกที พอตัดสินใจไปต่างประเทศก็เถียงกับตัวเองว่า “เออ คราวนี้ต้องพูดได้ไวแน่!”
เริ่มต้นแบบมืดบอด
วันที่ลงเครื่องปุ๊บนี่เซ็งเลย ตอนขอน้ำบนเครื่องยังพูดเป็นคำๆ ออกมาได้แค่ “Water… please?” ตอนเช็คอินที่โฮสเทลเจ้าหน้าถามว่า “Passport?” ยังทำตาโตแล้วตอบกลับไปว่า “Yes! สวยมาก!”. เห็นไหม… พังมาตั้งแต่ก้าวแรก
5 เทคนิกที่ลุยเดี่ยว
เลยตั้งใจลองเทคนิคที่คิดเองเออเองทั้งหมด 5 อย่าง:
ขั้นตอนที่ 1: ตบหัวตัวเองออกจาก comfort zone
- ปิดแอพแปลภาษาในโทรศัพท์ทิ้ง
- มึงไม่เข้าเซเว่นที่พนักงานพูดไทยได้
- สั่งอาหารทีไรต้องลองเมนูแปลกๆ ไม่งั้นอด!
อาทิตย์แรกนี่ลำบากชะมัด วันนึงอยากกินข้าวแกงกะหรี่สุดท้ายต้องชี้รูปไก่ทอดแห้งๆ เพราะพูดคำว่า “curry” ไม่ออก!
ขั้นตอนที่ 2: ฟังให้เหมือนหมาบ้า
- เปิด YouTube ฝรั่งตลอดเวลาแม้้ง่วง
- นั่งฟังคนแถวบ้านคุยกันทุกเย็น (เหมือนแอบส่องเลยนะเวร)
- ร้องเพลงฝรั่งในห้องน้ำเสียงดังๆ แม้้งงประโยคตัวเอง
พอฟังมากๆ เริ่มจับทางได้ว่า คนอังกฤษชอบพูด “innit?” ส่วนคนอเมริกันชอบ “like…” ทุกสองคำ
ขั้นตอนที่ 3: พูดมั่วไม่ต้องคิดเยอะ
- จับใครได้ให้คุย ดักถามแม้แต่คนกวาดถนน
- ไม่ต้องกลัวผี เสียงเพี้ยนก็พูดไปเถอะ
- เวลาเขาถามตอบสั้นๆ ไปก่อน “Yep! / Nope! / Maybe?”
เฮ้ย! มีอยู่ครั้งนึงชวนลุงคนขับบัสคุยเรื่องฝนตก เขาหัวเราะแล้วบอก “Mate, you sound like crying chicken!” แต่สุดท้ายก็สอนการออกเสียงให้ฟรีๆ
ขั้นตอนที่ 4: จดทุกอย่างเหมือนไอ้ขี้ลืม
- พกสมุดจดพ่วงกับปากกา
- แปะโน๊ตคำศัพท์ใหม่ๆ ไว้ที่กระจก
- เวลาคนเขาใช้ศัพท์แปลกๆ ก็รีบขีดเขียนเลย
อาทิตย์นึงสมุดเต็มไปหมดด้วยคำว่า “cheers” ที่เอามาหมดตั้งแต่ขอบคุณ ลาก่อน ถึงดื่มเหล้า!
ขั้นตอนที่ 5: แกล้งโง่ให้ได้เรื่อง
- เจอคำไม่เข้าใจให้ถามกลับทันที “What that?!”
- ขอให้คนช่วยพูดช้าลง ไม่ต้องอาย
- ถ้าเขาพูดยาวไปก็ยอมขัดจังหวะ
จำได้แม่นเลย มีสาวคนนึงพยายามอธิบายคำว่า “awkward” จนเธอทำท่าเกร็งแปลกๆ เป็นสิบวิ แล้วเราก็อ๋อทันที
ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง
แค่สองเดือนผ่านไป นี่พูดโต้ตอบได้แบบไม่ต้องนึกไทยในหัวแล้วนะ! ยอมรับเลยว่าแกรมม่าเหมือนรถชนอยู่ดี แต่ตอนสั่งกาแฟนี่ชิวมาก “Large oat latte, extra shot… make me alive please!” บาริสต้าก็ยิ้มให้ทุกวัน
สรุปเลยนะ อยากเก่งเร็วต้อง ทำตัวให้โง่ + ไม่แคร์หน้าตา + เปิดปากตลอดเวลา แค่นี้ภาษาไม่ใช่กำแพงแล้ว แต่เป็นบันไดให้ปีนป่ายเล่น!