เริ่ม ต้น เรียน ภาษา อังกฤษ ยังไงให้พูดได้แน่ 10 ทริคพัฒนาพูดอังกฤษเร็ว

0
45

ตั้งต้นจากศูนย์กับหัดพูดอังกฤษ

คือเราเป็นคนเรียนอังกฤษมาตั้งแต่เด็กแต่มันเงียบกริบนะ ไม่เคยเอาไปใช้จริง สถานการณ์จริงเจอฝรั่งทีไร พูดไม่ออกทุกที! เลยตัดสินใจเริ่มใหม่แบบจริงจัง ตั้งเป้าว่าอยากพูดได้คล่องเหมือนเวลาคิดภาษาไทยในหัว

สัปดาห์แรกนี่มึนตึ้บเลยอะ เคยท่องศัพท์มาเยอะแต่นึกไม่ออกเวลาจะพูด คิดช้า ติดๆ ขัดๆ บางทีก็นึกไม่ออกว่าจะเริ่มยังไงดี ก็เลยจัดระเบียบชีวิตใหม่ เอาภาษาอังกฤษมาแปะไว้ทุกที่

  • เปลี่ยนภาษาโทรศัพท์ + คอมทั้งหมดเป็นอังกฤษ (ตอนแรกหาปุ่มลัดไม่เจอ เรียกเพื่อนมาดูให้ 555)
  • แปะโพสอิทคำศัพท์สิ่งของในบ้าน อ่างล้างจานก็เขียน “sink” หิ้งหนังสือก็ “bookshelf”
  • ดูทีวีปุ๊บ เปิดซับไทย+ซับอังกฤษคู่กัน พอได้ยินสำเนียงก็พยายามพูดตาม ทีแรกพูดไม่ทันหรอกเนอะ เลยหยุด-เล่นใหม่บ่อยมาก

ต่อมาเริ่มขยับปากกับฝึกคิดเป็นอังกฤษ นี่แหละหักดิบ 555 คือตอนอาบน้ำก็พยายามบรรยายไปด้วยว่า “Now I’m turning on the water. It’s cold! I need shampoo.” จะบ่นอะไรในใจ ก็เปลี่ยนเป็นอังกฤษซะ เช่น “Traffic jam again? Oh no…” คือต้องฝืนสมองให้คิดออกมาแบบนี้ตลอด

10 ทริคที่ได้ลองมาแล้วเวิร์ค!

พอผ่านไปหนึ่งเดือน เริ่มรู้สึกว่ามันขยับไปหน่อยนะ เราเลยเอาวิธีที่ใช้มาปรับเป็น 10 ข้อ ที่ทำแล้วเห็นผลเร็วในระยะเวลาไม่กี่เดือน:

  • หัดแค่ 5 คำใหม่ต่อวัน แต่ต้องเอาไปแต่งประโยคเอง (ไม่ใช่ท่องเฉยๆ) ถ้าอยากรู้ว่า “excited” ใช้ยังไง ก็ต้องลองแต่งว่า “I was so excited to see my friend.”
  • เลียนเสียงดารา/นักร้องที่ชอบ ชอบดูหนังก็หยิบฉากสั้นๆ แล้วพยายามพูดให้เหมือน บางครั้งก็ฟังร้องเพลงแล้วตะโกนตาม แม่งลำบากปากจริงๆ แต่ช่วยเรื่องสำเนียง!
  • หา “เหยื่อ” มาคุยด้วย มีฝรั่งขายของที่ตลาดนัดแถวบ้าน พอมีเวลาเขาก็จะยืนว่างๆ เราเลยเดินเข้าไปทัก “Hi! Can I ask you something?” แล้วตั้งคำถามที่เตรียมมาแล้ว ประมาณว่า “How do you call this in English?” (ชี้อะไรซักอย่างที่เราไม่รู้) พอฝรั่งตอบ ก็พยายามจำและพูดตามทันที
  • เปิดแอพฟังวิทยุหรือพอดคาสต์ไว้เป็นพื้นหลัง ทั้งเวลาทำงานบ้าน อาบน้ำ หรือนอนเล่น แม้ไม่ได้ตั้งใจฟังแต่หูมันชินกับเสียง จะเปิดพวกข่าวสั้นๆ อังกฤษแบบง่ายๆ ช่วยให้คุ้นเคยกับจังหวะการพูด
  • พูดกับตัวเองหน้ากระจก ดูปากตัวเองเวลาพูด เวลาออกเสียงผิดมันเห็นชัดมาก ตอนแรกอายตัวเองนิดหน่อย แต่พอนึกว่ามันคือคู่ซ้อมฟรี ก็โอเค
  • ไม่กลัวพูดผิด จำไว้เลยว่า “ถูก 100% ไม่สำคัญเท่าพูดได้” ถ้าฝรั่งเขาเข้าใจเรา นั่นก็คือพอแล้ว! บางทีก็นึกศัพท์ไม่ออกก็ใช้อ้อมๆ อย่างเช่น “water bird” แทน “duck” อะไรแบบนี้
  • หัดตอบแบบสั้นๆ ก่อน ตอบแค่ Yes/No / I think so / Me too ไม่ต้องอัดยาว ถ้าเขาถามว่า “Is it raining now?” ก็แค่ “Not yet, but maybe later.” พอเริ่มชินค่อยขยายประโยค
  • จดศัพท์+ประโยคที่ได้ยินในชีวิตจริง เวลาได้ยินฝรั่งหรือดูยูทูปเจอประโยคเด็ดๆ เราจะรีบจดในมือถือแล้วเอากลับมาใช้ เช่น เดินผ่านแล้วได้ยินฝรั่งบอกลูกว่า “We are leaving in 5 minutes!” เราก็เอามาใช้บอกแฟนได้เลยเวลาจะออกจากบ้าน
  • จำพวกคำคู่เหมือน “Thank you – You’re welcome” ให้มันเป็นแพ็กเกจ ตอบกลับได้ทันทีแบบอัตโนมัติ จะได้ไม่ติดขัด
  • คุยกับคนไทยด้วยอังกฤษบ้าง ไว้ฝึกตอนที่ไม่มีฝรั่ง พาเพื่อนที่ไม่เก่งอังกฤษมาแชทสั้นๆ ในไลน์เป็นภาษาอังกฤษวันละนิด เช่น แทนที่จะบอก “ไปกินข้าวกัน” ก็พิมพ์ “Let’s grab some lunch!”

ผลลัพธ์ที่ได้เกินคาด

ต้องยอมรับว่าปีแรกนี่ช่างคือ ความอายกับการพยายาม เต็มที่ ติดๆ ขัดๆ อยู่ตลอด แต่พอตั้งใจทำสม่ำเสมอผ่านไป ราวๆ 3 เดือน ก็เริ่มได้ผลประทับใจครั้งแรกเลย!

วันนั้นไปธนาคารเห็นฝรั่งงงอยู่หน้าตู้เอทีเอ็ม เหลือบไปเห็นเขายืนดูนานแล้ว เลยเดินเข้าไปทักเบาๆ ว่า “Do you need help?” เขาถามหาเครื่องถอนแบบใช้บัตรแบบรูด (swipe) แต่ตู้นี่มันต้องเสียบบัตร (insert) แหนะ! เราก็อธิบายได้ + บอกให้เขารูดบัตรอย่างไร คือพูดได้ลื่นมาก ไม่ติดขัด สุดท้ายฝรั่งยิ้มขอบคุณแล้วก็พูดว่า “You saved my day!”

มันคือความภูมิใจเล็กๆ ที่มหาศาลเลยอะ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เราช่วยคนอื่นได้ด้วยภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องท่อง แถมตอบได้แบบออโต้โดยไม่ต้องแปลในหัวก่อน รู้สึกว่า สมองเริ่มเชื่อมโยงจากความคิดเป็นเสียงพูดได้เลย ตอนนั้นยิ้มทั้งวันเดินกลับบ้าน 5555

สรุปเลยก็คือ ต้องกล้าพูด กล้าผิด กล้าเปิดพื้นที่ให้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน เริ่มจากเรื่องง่ายๆ รอบตัว ที่สำคัญ อย่าเก็งว่าต้องพร้อมร้อยเปอร์ แค่ตั้งเป้าว่าทุกวัน “จะทำสักอย่าง” ที่เกี่ยวกับการฝึกพูดอังกฤษแค่นั้นพอ ถ้าทำได้จริง มั่นใจว่าใครๆ ก็พูดได้แน่นอน!