เริ่มต้นฝึกภาษาอังกฤษแบบงูๆปลาๆมาเกือบปีนึง เก็บสถิติเองเลยว่าหมอจิตเวชหมดไปสองขวด ก่อนจะเจอสามเคล็ดลับที่อยากเล่าให้ฟังนี่แหละ
เริ่มจากทนไม่ไหวแล้ว
เมื่อเดือนที่แล้วไปเจอนักท่องเที่ยวฝรั่งถามทาง จะตอบแค่ “turn left” ยังพูดผิดเป็น “turn light” จนเขาทำหน้างงๆ บอกตรงๆว่าอายจนหน้าแทบมุดดิน กลับมาบ้านเปิดดูคลิปสอนภาษาในยูทูปก็เจอแต่พวกศัพท์เทพๆแบบ “ameliorate” เอามาใช้จริงไม่เป็นหรอก
ตัดสินใจจัดระเบียบตัวเองใหม่ หยิบปฏิทินมาเขียนเป้าหมายง่ายๆ: “อยู่ให้ได้ในบทสนทนาสามประโยค” ไม่เน้นอ่านออกเขียนได้ แต่อยากให้พูดได้จริงแบบไม่ต้องคิดนาน
สามเทคนิคโดนใจที่ลองมา
เทคนิคแรก: ทำบ้านให้น่าหนี ไม่ใช่เรื่องน่าเชื่อแต่เปลี่ยนภาษาโทรศัพท์ทั้งเครื่องเป็นอังกฤษ! วันแรกมึนมากเพราะกดอะไรไม่ถูก ต้องนั่งถ่ายรูปหน้าเมนูส่งให้แฟนแปลให้ แต่ผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เริ่มจำได้เองว่า “setting” อยู่ตรงไหน “download” กดไง ยิ่งตอนโดนเจ้านายโทรไลน์ถามงานด่วนๆ ออกวิ่งไปหยิบมือถือแบบหัวแทบระเบิด แต่ดันจำได้ว่าไอคอนแชทมันคือคำว่า “Chat” นี่แหละ
เทคนิคสอง: เลียนแบบทารก หลายคนคงเคยโดนอาจารย์สั่งให้ “คิดเป็นภาษาอังกฤษ” แต่ทำไม่ได้สักที เลยเปลี่ยนวิธี ใช้วิธีตะโกนสิ่งรอบตัวเป็นภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องคิด เช่นเห็นแมวบนถนนก็ร้องเสียงดัง “cat!” เปิดตู้เย็นเจอไข่ก็โวยวาย “egg!” แรกๆคนแถวบ้านคงคิดว่าบ้า แต่หลังๆเริ่มพูดเป็นประโยคสั้นๆได้เองเวลาเห็นภาพ เหมือนสมองมันถูกบังคับให้เชื่อมโยงภาพกับคำทันที
- เห็นคนวิ่งก็ร้อง “running!”
- เปิดน้ำแล้วแสบตาเลยอุทาน “water cold!”
- มีคนเคาะประตูรีบบรรยาย “somebody knock door!”
เทคนิคสุดท้าย: หาเพื่อนซี้ปากกาจืด แชทกับแฟนตอนตีสามข้อความแรกที่ส่งไปด้วยความมึนงง: “we sleep now?” เขาตอบกลับมาว่า “ok, goodnight” น้ำตาแทบไหลเพราะเป็นการโต้ตอบภาษาอังกฤษครั้งแรกที่เข้าใจกันถูกต้อง! แล้วเราก็เริ่มแชทกิจวัตรวันละสามประโยคแบบเด็กประถม ไม่กลัวแกรมม่าผิด ไม่แคร์ใครว่าโง่
ที่เหลือคือเรื่องเวลา
ผ่านไปสามอาทิตย์วันนี้พอเจอฝรั่งอีกคน ยังพูดยาวๆไม่คล่อง แต่สามารถบอกทางเป็นชุดคำได้ เช่น “you…go straight…blue building…turn right” เห็นเขายิ้มแล้วยกนิ้วโป้งให้นี่น้ำตาซึมเลยนะเนี่ย ไม่ใช่ภาษาอังกฤษระดับเทพ แต่สำหรับคนที่เคยพูดผิดจนต้องมุดใต้ดิน นี่คือชัยชนะที่วัดเป็นความกล้าไม่ใช่ไวยากรณ์ เชื่อเหอะถ้าอยากพูดได้เร็ว ลองทำตามสามอย่างนี้ดู ต้องร้องโอ้โหแน่ๆ