ทำไมถึงมาลองเทียบราคาค่าเรียนวิชาภาษาอังกฤษ
วันดีคืนดีนั่งดื่มกาแฟอยู่ ก็สะดุดคิดขึ้นมาได้ว่าปีที่แล้วค่าเรียนวิชาที่สอนเป็นภาษาอังกฤษมันขึ้นราคาเก่ง เลยอยากรู้ว่าปีนี้มันเป็นยังไง ใครจะแพงกว่าใคร คุ้มค่าดีไหม ไม่ได้คิดอะไรมาก แค่รู้สึกว่า “เก็บข้อมูลหน่อยก็ดีนะ เผื่อมีใครอยากรู้เหมือนกัน”
เริ่มต้นรวบรวมข้อมูลแบบบ้านๆ
แรกสุดเลยก็ เสิร์ชกูเกิ้ลหาโรงเรียนกับมหาวิทยาลัย ที่มีหลักสูตรวิชาเอกเป็นภาษาอังกฤษแบบเต็มๆ เลือกมาสัก 5-6 ที่ที่เคยได้ยินชื่อบ่อยๆ หรือมีเพื่อนๆ เคยไปเรียนมาก่อน ตัวฉันเองเน้น วิชาพวก Business, Communication อะไรแบบนี้ เพราะดูเหมือนคนนิยมเรียนกัน
- ขั้นตอนแรก: หาข้อมูลในเว็บไซต์ เข้าไปที่เว็บของที่เรียนแต่ละที่เหมือนคนทั่วไป เข้าหน้าคณะที่อยากรู้ แล้วก็มานั่งหาหัวข้อ “ค่าเทอม” หรือ “Tuition Fee” บางที่ชัดเจนดี หาง่ายมาก มีตารางค่าใช้จ่ายแจงรายละเอียด บางที่เล่นซ่อนหา ต้องคลิกไปเรื่อยเปื่อย
- ขั้นต่อมา: โทรไปถาม ตอนดูในเว็บเสร็จแล้ว มันก็ยังไม่ชัดหรอก รู้สึกยังมีรายละเอียดอีก เลยต้อง โทรไปถามเบอร์ติดต่อในเว็บโดยตรง หลายที่เขาคุยง่ายให้ข้อมูลดี แต่บางที่พอรู้ว่าไม่ใช่เด็กสมัครเรียนแล้วก็ทำท่าขี้เกียจตอบ พยายามให้เข้าไปดูในเว็บอย่างเดียว ซึ่งเว็บมันก็ไม่ครบนี่หว่า! อันนี้รู้สึกเซ็งนิดหน่อย
- เจอปัญหา: ค่าอื่นแทรก! บางที่เวลาในเว็บบอกค่าเทอมหลักๆ ไว้สวยหรู แต่มาเจอตอนโทรถาม เขาก็มีเพิ่มค่าโน้นนี่นั่น เช่น ค่าบัตรนักศึกษา ค่าอุปกรณ์ ค่าสมาชิกห้องสมุด บางที่บวกไปจนเกือบเท่าค่าเทอมเดิมเลยทีเดียว! ฉันนี่ตาโตเลยพี่ เขียนโน้ตไว้ใหญ่ๆ ว่า “ที่นี้มีค่าแอบแฝง!” ไม่งั้นลืมแน่
มาเจออะไรบางอย่างที่คาดไม่ถึง
ระหว่างนั่งรวบรวมข้อมูลยุ่งๆ อยู่เนี่ย ก็มีเรื่องตลกมาขัดจังหวะ เพื่อนคนหนึ่งโทรมาบ่นเรื่องค่าเทอมที่เพิ่งจ่ายไปให้ลูก เขาส่งหน้านี้หน้านั้นมาให้ดู ช่วยกันนับไปนับมา อยู่ดีๆ ข้อสรุปที่ฉันกำลังรวบรวมมันก็สั่นคลอน! บางหลักสูตรที่ดูแพงสุดๆ ตอนคัดมาเนี่ย ที่เพื่อนเขาจ่ายไปจริงมันแพงกว่าที่ดูในเว็บหลักสูตรนั้นอีกนะเนี่ย ทำไมเป็นแบบนั้นฟะ?
เลยต้องย้อนกลับไปสืบ เจอว่าเป็นแบบ “Special Program” ต่างหาก ที่เว็บหลักของมหา’ลัยอาจไม่โฆษณาชัดเจนนัก แต่มีคนโทรไปสมัครได้ แถมราคาก็คนละราคากับหลักสูตรปกติที่ฉันกำลังสืบอยู่! ฉันนี่แทบกระอัก โอ้แม่เจ้า ต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ เกือบครึ่งทางแล้วนี่นะ บางเว็บก็น่าสับสนจัด เลยต้องโทรย้อนกลับไปถามที่เรียนให้เคลียร์กันให้จบว่า ไอ้ที่สมัครได้นี่มันหลักสูตรย่อยหรือโปรโมชั่นพิเศษกันแน่!
เอาข้อมูลมาเทียบกันให้เห็นภาพ
พอเสร็จสรรพจากขั้นตอนนรกการหาข้อมูล ก็มานั่งเปิด Excel ธรรมดาๆ เขียนชื่อที่เรียนกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ลงไปในช่องๆ ไม่ได้แฟนซีอะไร เขียนมือถือกระดาษแผ่นใหญ่ก็ยังทำได้เลย สิ่งสำคัญคือเขียนให้เห็นชัดๆ ว่าต้องจ่ายตังค์อะไรบ้าง แล้ว รวมเป็นยอดสิ้นปีแบบเป๊ะๆ แค่ไหน โดย ต้องไม่ลืมค่าธรรมเนียมลึกลับแอบแฝง ที่ซุกซ่อนทุกขั้นตอนนั่นน่ะ ไม่งั้นตกม้าตายกันพอดี
พอเอาทุกตัวเลขมาเรียงกันแล้วมันชัดเจนขึ้น ถึงตาเหลือกกันเลยทีเดียว บางที่ค่าเรียนดูถูกกว่าในเว็บ แต่แอบเอาค่าธรรมเนียมประหลาดๆ มาอัดหลัง ให้จ่ายทีหลังเยอะกว่าที่อื่นอีก! ไอ้ที่ดูแพงๆ บางที่เขากลับจ่ายสะดวก แถมรวมค่าใช้จ่ายแบบไม่กั๊ก ทำให้เห็นภาพว่าจ่ายไปแล้วจบ ไม่มีอะไรมาแอบเอาเงินเพิ่มทีหลังเหมือนบางที่
ไม่น่าเชื่อว่าที่ที่ถูกสุดตามโฆษณา เดี๋ยวนี้กลับมาแพงที่สุดตอนรวมทุกอย่างแล้วนี่หว่า! เพราะมันโหลดค่าธรรมเนียมพิเศษมาแบบแอบๆ หลอกลวงนี่เอง!
สรุปที่ฉันเจอง่ายๆ สไตล์บ้านๆ
ตอนนี้พอเห็นตัวเลขครบถ้วน มันก็ช่วยตัดสินใจเอาง่ายๆ ได้ว่าที่ไหนคุ้มค่าสุดสำหรับเนื้อหาและค่าครองชีพใกล้ๆ ในละแวกนั้นจริงๆ แม้แต่ เรื่องเด็กที่เพิ่งเกิดในครอบครัวก็มีผลนะ เพราะใกล้บ้านคือดีสุด เลี้ยงลูกน้อยง่าย ถ้าเรียนไกลก็เหนื่อย แม้ว่าอาจถูกหน่อยก็ตาม! สุดท้ายมันก็กลับมาที่งานสมดุลทุกอย่างกับเวลาที่เสียไปดีกว่า ถูกหน่อยแต่เหนื่อยมากมันไม่รอดหรอก เลือกที่เรียนคุ้มค่าด้วยชีวิตใกล้ตัวที่สะดวกสบายนี่แหละ ใช้ได้!