เรียนพิเศษภาษาอังกฤษป.4ที่บ้านดีไหม เปรียบเทียบข้อได้เสียชัด

0
42

เริ่มต้นด้วยความสงสัย

พอมีคนถามไถ่มาเรื่องนี้บ่อยๆ แล้วลูกน้องตัวเองก็ใกล้ถึงวัย ป.4 พอดี เลยคิดว่า เอาเลย ต้องลองเอามาสอนเองหน่อยแล้วกะว่าวิเคราะห์ดูให้เห็นภาพ เริ่มจากไล่ดูเอกสารภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ ที่เค้าใช้เรียนกันก่อน ดูๆ ไปก็สะดุ้งเล็กน้อย มันไม่ได้ง่ายเหมือนตอนเราหนูน้อยเลยเนาะ บทสนทนาก็ยาวขึ้น คำศัพท์ก็เพี้ยนขึ้น หลักแกรมม่าอะไรก็เริ่มชวนหงุดหงิด

รวบรวมข้อมูล

เลยคิดว่านั่งเดาเองไม่ดี ตัดสินใจ ออกสำรวจสนามจริง กวาดสายตาคอร์สเรียนตามสถาบันใหญ่ๆ ผ่านเน็ตบ้าง แล้วก็ไปคุยกับกลุ่มแม่ๆ ในชุมชนหลายเจ้า รวมทั้งส่องเพื่อนๆ ในเฟสที่เคยพาลูกเรียนแบบตัวต่อตัวมาแล้วด้วย ไม่ถามไม่รู้นะเนี่ย เค้าเรียนกันตั้งแต่วันละชั่วโมงนึงจนถึงสองชั่วโมง ก็เท่ากับลูกต้องนั่งจดจ่อสองเท่า ของปกติที่เคยเรียนทีโรงเรียนนั่นแหละ

ลองเปรียบเทียบกับตัวเอง

คราวนี้เลยตั้งหลัก ลองลงมือเป็นติวเตอร์ให้ลูกตัวเอง ก่อนหนึ่งอาทิตย์ ใช้เวลาช่วงเย็นหลังเลิกเรียนประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง ประเดิมด้วยเรื่องง่ายๆ พื้นฐานแบบ “การสั่งอาหาร” น่ะนะ เจอของจริงมันชวนหัวแท้ๆ! ลูกพยายามนึกออกเสียง “I would like a sandwich.” ยังไม่ทันทันใจ มันก็กลายเป็น “ไอด้ ไลค์ อะ แซนวิช” ไปซะแล้ว เหมือนนั่งมองครูสอนลิง! ทั้งตัวเองหัวร้อน ลูกก็เบื่อ นั่งโอดครวญถามเมื่อไหร่จะเล่นเกมได้

ผลจากอาทิตย์แรกคือเรากับลูกต่างคนต่างเครียดทั้งคู่ หมดกำลังใจกันถ้วนหน้า

เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย

พอได้ประสบการณ์ตรงแล้ว เลย จับด้านดีมาวางข้างๆ ข้อเสีย ให้ชัดเจนหน่อย แบบนี้เลย:

  • ข้อดีที่เห็นจริง:
    • ได้โฟกัสกับลูกคนเดียวเต็มๆ เราเห็นจุดอ่อนเรื่องไหนเน้นตรงนั้นได้เลย ไม่ต้องกลัวโดนแซงคิว
    • เราคุมตารางเวลาได้เอง เหนื่อยวันไหนหรือลูกไม่ไหวก็เลื่อนได้
    • ถ้าเราถนัดจริงๆ เรื่องภาษาก็สามารถสอดแทรกเทคนิคหรือเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่สถาบันทั่วไปสอนไม่ถึงได้นะ
  • ข้อเสียที่เจอตัวเป็นๆ:
    • ความสัมพันธ์พังครืน! จากที่เคยกอดๆ หอมๆ กัน มันกลายเป็นแม่ติ่งลูก นักเรียนโง่ ไปซะดื้อๆ
    • เราเหนื่อยเกินแระวะ! ต้องทำงานบ้าน ทำงานนอกบ้าน หมดมากลับมาเป็นครูต่อแทบขาดใจ ไหนจะต้อง เตรียมการสอนเองอีก นั่งนึกว่าจะเริ่มจากไหนดี ต้องหาแบบฝึกหัดมาเพิ่มเอง บางทีหลุดพูดภาษาไทยกลางคัน ก็อารมณ์เสีย เสียอีก!
    • ความสม่ำเสมอต่ำมาก ตารางเราชงกับตารางลูกบ่อย พอเลื่อนที มันก็เลื่อนแบบเลื่อนยาวจนลืมไปเลยก็มี

ความเห็นส่วนตัว

สรุปใจความจากที่ลองดูมาเนี่ยะ ถ้า ไม่ใช่คนใจใหญ่พอ ขยันจัดจ้าน และมีพื้นฐานภาษาอังกฤษแน่นเปรี๊ยะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถามตามตรงนะ เรียนพิเศษภาษาอังกฤษป.4ที่บ้านเนี่ย…มันไม่เวิร์ค หรอก เหนื่อยทั้งเรา เสียเวลาทั้งคู่ ความสัมพันธ์พังไปด้วย สุดท้ายมันก็จบง่ายๆ ที่ “ปล่อยเขาไปให้สถาบันเค้าสอนเถอะ” จ่ายเงินให้คนอื่น เค้าสอนกันเป็นระบบแถมถอดข้อความทันทีถ้าครูสอนแย่ ไม่ต้องมาเกี่ยงกับลูกตัวเอง

ทำแล้วเพลินดีจริง แต่สำหรับครอบครัวเราเนี่ย ตัดใจส่งเรียนข้างนอกอย่างเดียวดีกว่า!