เรียนภาษาอังกฤษคำศัพท์ผิดวิธี มีผลเสียอะไรบ้าง แก้ยังไงให้ถูกทาง

0
44

สวัสดีทุกคน วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ตอนที่กูเรียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษผิดวิธี เจ็บตัวมานักต่อนักแล้ว! จะเล่าให้ฟังหมดเปลือกเลยว่าผลเสียมันท้วมท้นยังไง และสุดท้ายแก้อะไรยังไง

ยุคแรกที่แม่งโคตรโง่

ตอนแรกๆ กูก็ทำตามที่ทุกคนบอก คือ นั่งท่องศัพท์วันละ 20 คำ เลย! ซื้อสมุดโน้ตเล่มหนาๆ มาจดเป็นลิสต์ยาวเหยียด พร้อมคำแปลไทยข้างๆ อัดวันเดียวหลายๆ รอบ เดินก็ท่อง นอนก็ท่อง อาบน้ำก็เอาแผ่นกระดาษแปะกระจกท่อง

แล้วผลลัพธ์ล่ะ? หน้าตาเฉย! พอเจอฝรั่งก็อ้าปากค้างเหมือนปลาทอง แถมเวลาเห็นคำนี้ในบทความอีกทีก็ทำหน้าเหวอ “…คำนี้แปลว่าอะไรนะ?” สมองตื้อสนิท ทำไมน้าาา ทั้งที่ตั้งใจท่องแทบตาย!

ผลลัพธ์พังไม่เป็นท่า

มาเห็นผลชัดๆ เวลาลองใช้จริง:

  • คำศัพท์ติดที่ปากแต่ใช้ไม่เป็น : คำว่า “elaborate” ที่ท่องว่ามันคือ “ซับซ้อน” พอจะบอกฝรั่งว่า “ช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อย” ดันไปบอกว่า “My plan is very elaborate.” ฝรั่งทำหน้างงๆ เหมือนถามว่า “มึงจะมาบอกรากูทำไม?”
  • เข้าใจผิดไปอีกโลก : คำว่า “sensible” ที่ท่องไว้ว่าคือ “สมเหตุสมผล” พอฝรั่งบอกว่า “You’re very sensible.” กูดันรำคาญ คิดว่าเขาดูถูกว่ากูเป็นคนคิดมาก! รู้ทีหลังเขาชมว่ากูเป็นคนมีเหตุผลนี่หว่า!
  • ศัพท์ตายในสมุด : คำที่ท่องไป 300-400 คำในสมุดเนี่ย… มันไม่ออกมาใช้จริงเลยสักคำ! พอจะพูดอังกฤษก็ดันไปใช้แค่คำเดิมๆ ที่จำได้ไม่กี่คำ (“very good”, “I think”, “maybe”) วนอยู่แค่นั้น ห่วยแตก!
  • สมองตื้อ หัวแทบระเบิด : ยิ่งท่องมากเท่าไหร่ ยิ่งปนเปเหมือนข้าวผัดรวมมิสมื้อเที่ยง ตอนสอบอ่านบทความ แม่งเหมือนเห็นอักษรยึกยึกไปหมด ท่องมาทั้งปีทำไมเจอในบทความแล้วยังไม่รู้จักอีกฟะ?!

จุดพลิกผัน! เมื่อกูตกกระไดพลอยโจน

ไปร้านกาแฟที่ฝรั่งเยอะๆ วันนึง สั่งชาเย็นธรรมดา พ่อค้า(ฝรั่ง) ถามว่า “How sweet?” กูเอ้าปากค้างไปสามวิ แล้วดันผุดคำว่า “appropriate” ออกมา! (ความหมายที่ท่องคือ เหมาะสม) พ่อค้าตาโตหันมามองกูแบบ… “เชี่ย! นี้ลูกค้าอารมณ์ดีเนาะ?” แทนที่จะตอบว่า “normal” หรือ “medium”. นั่นแหละจุดเปลี่ยน! กูหน้าแดงเหมือนกุ้งต้มเดินออกมาก่อนได้ของ!

วิธีแก้ที่กูลองแล้วเวิร์คสุดๆ

จากวันนั้น กูแทบทุบหม้อข้าวหม้อแกงการท่องศัพท์แบบเดิมทิ้งเลย! เปลี่ยนมาทำแบบนี้แทน:

  • หยุดท่องลิสต์ศัพท์แห้งๆ : ไม่จดศัพท์เป็นคำๆ พร้อมคำแปลแล้ว! หัวมึงแตกไหมล่ะ?
  • เห็นคำไหนในบทความ ก็จับมันนอนแช่น้ำ : หยิบทั้งประโยคมาเลย! เอาประโยคที่มีคำศัพท์นั้นอยู่ เช่น “The instructions are ambiguous.” ตอนอ่านเจอ เอามาแปะ sticky note หน้าจอคอม หรือแปะผนังตรงที่มองเห็นบ่อยๆ แล้วท่องทั้งก้อนนี้ไปเลย
  • ใช้รูปนี่แหละพระเจ้า : ตอนควานหาความหมาย ไม่เปิดดิกไทยแล้ว! เอามันไปจิ้มในกูเกิ้ลแล้วดูรูป! เห็นรูปมันทีละเยอะๆ ความหมายมันแจ่มแจ๋วขึ้นมาเองโดยไม่ต้องแปล เช่น เห็นคำว่า “rusty” ก็นึกถึงตะปูสีส้มๆ ขึ้นสนิม
  • เน้นศัพท์ใช้จริงที่เจอประจำ : คำไหนที่เจอบ่อยในหนัง เพลง ป้ายประกาศ ที่ทำงาน ก็จัดให้มันเป็นพิเศษเลย ยัดเข้าไปในสมองโดยใช้ทั้งประโยค ไม่ใช่แค่คำเดียว
  • พูดบ้างแม้จะพัง : จำประโยคที่แปะไว้ได้แล้ว ก็เอาไปดัดแปลงนิดหน่อยเวลาอยากพูด ถึงแม้จะมั่วบ้าง แต่มันคือการเริ่มใช้จริง!

ตอนนี้ชีวิตดีขึ้นขนาดไหน

ลองแบบนี้ได้เดือนกว่า สังเกตว่าแม่ค้าแถวบ้านยิ้มให้บ่อยขึ้น พอฝรั่งถามอะไรมา ความหมายมันลอยมาในหัวแบบอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อยๆ ที่สำคัญ! เวลาเขียนอีเมลหรือแชท แม่งเอาศัพท์ที่เคยเรียนมาใช้ได้จริงๆ ไม่ต้องมานั่งนึกเหมือนสมองแล็คแล้ว!

สรุปสั้นๆ เลยนะพวกมึง: เลิกท่องคำศัพท์เดี่ยว! หยิบมันมาทั้งประโยค เอาทั้งภาพทั้งเนื้อมาโยงกัน! วิธีนี้แม่งเวิร์คกว่าการจดเป็นลิสต์เป็นร้อยเท่าตัว! ตอนแรกกูก็คิดว่าไม่น่าจะได้ผล แต่มันคือทางรอดจริงๆ นะเว่ย!