ก็มาเล่าให้ฟังเรื่องฝึกภาษาอังกฤษเองที่บ้านนะ เวลาผ่านไปเดือนนึงแล้ว ตอนแรกนั่งเครียดเลยเพราะอยากพูดได้แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง
จุดเริ่มต้นแบบมั่วๆ
นั่งเปิดยูทูปเห็นฝรั่งพูดเก่งๆแล้วน้ำตาจะไหล สมองตื้อมาก เหมือนหมีขั้วโลกได้ยินภาษาไทย เอาจริงๆแค่ “how are you” ยังตอบไม่ถูกเลยว่าต้องบอก “I’m fine” หรือเปล่า
5 ทางรอดที่ลองแล้วเวิร์ค
- ท่องศัพท์วันละ 5 คำตอนเข้าห้องน้ำ – แปะ sticky note ไว้ที่กระจก แปรงฟันไปเช็คไป ตอนนี้รู้สึกว่ากระจกฝ้าเพราะหายใจรดศัพท์ทุกวัน
- ร้องเพลงลูกทุ่งฝรั่งแทนคาราโอเกะ – เปิดเพลงช้าของ Taylor Swift ฟังแล้วร้องตามแบบมั่วๆ ครั้งแรกๆฟังไม่ออกเลยว่าคำว่า “love” กับ “lub” ต่างกันยังไง
- แกล้งคุยกับหมาเป็นภาษาอังกฤษ – บอลเกอร์หมาที่บ้านทำหน้างงทุกครั้ง แต่เราก็ยังสู้พูดต่อ “Do you…want…snack?” ตอนนี้บอลเกอร์หันหัวทุกครั้งที่ได้ยินคำว่า “snack”
- ตั้งมือถือเป็นภาษาอังกฤษทั้งเครื่อง – สามวันแรกแทบหาตำแหน่งกดไลค์ไม่เจอ ปวดหัวเหมือนโดนจับโยนต่างประเทศ แต่พอนานเข้าก็ชินและรู้สึกว่า “setting” ออกเสียงเพราะกว่า”ตั้งค่า”
- เปิดซับไทยเวลาแกะหนังฝรั่ง – พิมพ์ผิดๆถูกๆบ่อยมาก บางทีตัวละครพูดว่า “I’m sorry” แต่ซับเขียนว่า “ไอ้มึนตำลึง” นี่เป็นจุดให้รู้ว่าเราออกเสียงเพี้ยนมาตลอดครึ่งชาติ
สิ่งที่เจอแบบไม่ทันตั้งตัว
อาทิตย์แรกนี่ท้อแท้สุดชีวิต หูแย่ พูดขัด กล้ามเนื้อปากเป็นตะคริว บางทีพูด “thank you” แล้วปากพับเป็นรูปเรือจม รู้เลยว่าทำไมฝรั่งยิ้มเก่ง เวลาเคี้ยวคำศัพท์แล้วกลืนไม่ลงมันต้องเบะปากนี่นา
ผลลัพธ์เดือนนี้ที่คาดไม่ถึง
เจอทัวริสต์หลงทางแถวๆเซ็นทรัล กล้าพูดประโยคเดิมๆซ้ำๆจนได้ แบบ “Go straight…turn left…blue building!” พอเค้าเดินถูกทางนี่ดีใจเหมือนสอบติดหมอ ตอนนี้ยังฟังข่าว CNN ไม่รู้เรื่อง แต่พอดูคลิปแมวฝรั่งแกล้งนอนตายรู้เรื่องแล้วนะ แค่นี้ก็นับว่าโอเคละ!