ก็เริ่มจากที่ดิฉันเห็นหลายคนพูดถึงการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์นะ รู้สึกสนใจแบบฉับพลัน เลยตัดสินใจลองลงมือทำดูสักตั้ง เผื่อได้ไอเดียมาแชร์
ก่อนเริ่มคว้ากล้องมาบันทึกตัวเองซะก่อน
เปิดคอมขึ้นมา เสิร์ชหาเว็บเรียนแบบมั่วๆ ไปก่อน พอดีเจอหนึ่งเว็บเขามีโปรโมชั่นคอร์สแรกถูกมาก แถมมีแบบทดสอบวัดระดับก่อนเรียนด้วย ตื่นเต้นมาก! รีบสมัครแล้วกดจ่ายเงินทันทีแบบไม่คิดเยอะ
สัปดาห์แรกลุ้นระทึก
พอถึงวันเรียนแรก เข้าล็อกอินแล้วเจอปัญหาเลย ไอ้ระบบสอนสดที่ว่าเนี่ย…มันดีเลย์เสียงคุยกับครูตั้งสามวินาที! พอตอบคำถามที ครูฟังไม่ทันเพราะสัญญาณกระตุก หน้าแรกเป็นสีหน้างอแงมาก พอเรียนจบคาบรู้สึกท้อแท้จัง แทบไม่รู้เรื่องเลย
ปรับแผนทันที ไม่งั้นอด!
เลยหันไปลองคอร์สแบบวีดีโออัดล่วงหน้าดูบ้าง เลือกเรื่องแกรมมาร์เพราะนั่งเรียนที่ไหนก็ได้ ทุกคืนก่อนนอนจะเปิดโทรศัพท์ดูสักคลิป จัดตารางเป็นของตัวเองว่า:
- วันจันทร์-พุธ-ศุกร์ : เรียนวีดีโอ 30 นาที
- วันอาทิตย์ : ทบทวนทั้งหมดผ่านแอพแบบทดสอบ
พอไม่ต้องพึ่งสัญญาณสดก็สะดวกขึ้นเยอะ แม้บางทีจะขี้เกียจบ้างก็ตาม!
เจอจุดตายที่ไม่คาดคิด
อยู่ๆ ก็เซ็งเพราะไม่มีคนให้พูดด้วยไง พอได้แกรมมาร์แต่พูดไม่คล่อง ยิ่งฝึกกับหุ่นยนต์ในแอพแล้วรู้สึกแปลกๆ พยายามหาเพื่อนในกลุ่มเฟสบุ๊คแต่คุยกันไม่ตรงเวลา เลยยอมจ่ายเพิ่มให้ครูต่างชาติในแอพคุยสดสัปดาห์ละครั้ง คราวนี้ถึงจะได้ฟีดแบ็กการออกเสียงจริงๆ
ข้อดี-เสียที่เจอตัวเป็นๆ
- ประหยัดเวลาเฮ็ดงานบ้านไปด้วย : นั่งรีดผ้าไป เปิดวีดีโอฟังไปด้วยได้
- สมุดบันทึกดิจิทัลสะดวกดี : ไม่ต้องพกหนังสือหนักๆ
- โดนสัญญาณเน่าบ่อยมาก : วันนึงอินเทอร์เน็ตดับ เรียนข้ามเลย
- ขี้เกียจตายห่าตอนหัดเอง : บางทีเปิดมาแปปนึงก็หลับคาหน้าจอ
- ค่าเรียนรวมๆ ไม่ง่ายอย่างที่คิด : จ่ายแค่คอร์สแรกถูก ตอนหลังค่อยๆ เติมแพคเกจเพียบ!
สรุปปึ๊บจากใจ
ถ้าอยากประหยัดและจัดการเวลาได้ เลือกเรียนออนไลน์ดีนะ แต่ต้องใจแข็งมาก! เพราะไม่มีใครมาจ้ำจี้มึนงำ ทางที่ดีลองแบบวีดีโอก่อน ถ้าทนได้ค่อยอัพเกรดเป็นคลาสสด ห้ามลืมเช็คสัญญาณเน็ตบ้านก่อนจ่ายตังค์ ส่วนคนที่อยากฝึกพูดจริงจัง ผมว่าเรียนสดกับครูโดยตรงจะเห็นผลชัดกว่าเยอะเลย ส่วนตัวถ้าย้อนเวลาได้…น่าจะแบ่งเงินไปสมัครคอร์สสั้นๆ ในโรงเรียนสอนภาษาจริงซักเดือนนึง แทนการลงทุนกับสิบแพลตฟอร์มแบบงูๆ ปลาๆ นี่แหละ!