ตั้งแต่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษมาก็มึนตึ้บเลยว่าฝากเท่าไหร่ถึงพอ วันนี้เอาจริงมานั่งสรุปสิ่งที่ตัวเองฝึกมาขอแชร์ให้ฟังแบบละเอียดยิบเลย
เริ่มจากหาสมุดเก่าๆมาค่ะ
นั่งจ้องหน้ากระจกแล้วถามตัวเองว่า “ถ้าต้องคุยกะฝรั่งเดี๋ยวนี้จะติดขัดตรงไหนบ้าง” ตอนนั้นพูดออกมาได้แค่ว่า “ไอ..เวร!” ด้วยสำเนียงไทยจัดๆ เลยรู้เลยว่าต้องเริ่มจากศูนย์จริงๆ
ไปเจอบล็อกฝรั่งเก่าเก็บ
อ่านแล้วเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตเลย ตอนนี้เพิ่งรู้ว่าภาษาอังกฤษมันมีทักษะแยกย่อย 6 ตัว ฝึกให้ถูกต้องเลยเอามาจัดระเบียบใหม่แบบนี้:
- แรกสุดฝึกฟัง เริ่มจากเปิดเพลงภาษาอังกฤษฟังตอนอาบน้ำทุกวัน ตอนแรกจับใจความไม่ได้เลย แต่วันนึงแอบได้ยินคำว่า “water” แทรกมาก็ดีใจมาก (ทั้งๆที่เขาไม่ได้พูดคำนั้นซะหน่อย)
- กระเด้งมาที่พูดตาม ลงแอพพยายามพูดตาม AI แรกๆลิ้นพันกันจนน้ำลายกระเด็น แต่ทำจนกระทั่งระบบแจ้งคะแนนว่า “ดีขึ้นหน่อยนะเพื่อน”
- อ่านจับใจความ เปลี่ยนจากการอ่านนิยายทั้งเล่มมาเริ่มที่เมนูร้านอาหารฝรั่งใกล้บ้าน ตอนสั่งข้าวแกงกะเพราพร้อมอธิบายว่า “ไก่สไปซี่” ไม่ได้จะกลายเป็นตำนานเลย
- ฝึกเขียนรายวัน จริงๆแค่สมุดบันทึกปกติแต่เปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษ ซื้อมาเดือนแรกเขียนได้แค่ว่า “Today eat padthai. Very good.” ตอนนี้พยายามเติมศัพท์ใหม่ทุกวันแบบว่า “Yester-night tom yum make nose run like waterfall”
- ศัพท์ประจำวัน ติดโพสอิทคำศัพท์รอบบ้าน จนมุมห้องนอนกลายเป็นป่าโพสอิท แม่เดินมาเห็นแล้วถามว่า “ลูกล้างขัดห้องใหม่หรือ?”
- แกรมม่าสามัญ ยอมรับเถอะว่าใช่ของยาก เลยใช้เทคนิคจำโครงสร้างจากเพลง เด็ก BTS ที่ร้องว่า “Boy with luv” แทนที่จะท่องว่า “บุพบทกับกรรม”
สิ่งที่เจอระหว่างทาง
สัปดาห์แรกสุดแทบอยากยอมแพ้ เพราะ ได้ยินฝรั่งพูดทีไรเหมือนเขาพูดภาษาไว้อารมณ์ ตอนฝึกพูดตามเพื่อนร่วมห้องถามว่าปวดฟันหรือเปล่า เพราะทำหน้าเกร็งตลอด แต่พอผ่านสองอาทิตย์เริ่มมีสัญญาณดีค่ะ เช่นเดินผ่านนักท่องเที่ยวแล้วแอบรู้ว่าเขากำลังบ่นว่า “ร้อนจี๊ด” แถมยังตอบในใจว่า “รู้เว้ย!”
ช่วงท้ายๆรู้เลยว่าทักษะมันโยงกันหมด พอฟังเก่งขึ้นก็พูดตามง่ายขึ้น เวลาดูคลิป Youtube เคลียร์ขึ้นเป็นกอง แล้วก็ยอมรับเถอะว่า ฝึกไปได้ยาลดความดันไปหลายแผง แต่วันนี้พอเจอเพื่อนฝรั่งในเกมออนไลน์ ขายของเก่าในเซิร์ฟเวอร์ได้เป็นครั้งแรกโดยไม่โดนเขาแช่งกลับมา แค่นี้ก็ดีใจชื่นใจแล้วล่ะ!