เริ่มต้นจากจุดที่อ่อนภาษาอังกฤษสุดๆ
เมื่อสามเดือนก่อน นั่งดูหนังฝรั่งกับแฟนแล้วกุมขมับเลย เค้าเถียงกันเรื่องอะไรเราก็จับใจความไม่ได้เลยนะ แค่ได้ยินคำว่า “whatever” กับ “seriously” ตอนนั้นรู้สึกท้อมาก ภาษาอังกฤษเราแย่แบบนี้จะไปทำงานกับบริษัทต่างชาติเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ไปเห็นโพสต์รีวิว Eng Breaking ในกลุ่มเฟสบุ๊ค ประทับใจตรงที่หลายคนบอกว่าเหมาะกับคนขี้เกียจอ่านแกรมมาร์เหมือนเรา ก็เลยตัดสินใจซื้อคอร์สมาลองดู ไม่คิดอะไรมาก แค่อยากให้ฝึกพูดได้จริงๆ ไม่ใช่ท่องจำเฉยๆ
วิธีการฝึกแบบขี้เกียจของเรา
- ขั้นแรก: กดเปิดคลิปสอนทุกเช้าหลังแปรงฟัน เลือกบทสั้นๆ แค่ 15 นาทีเอง สุดดึงดันยังไงก็ทำได้
- ขั้นกระตุ้น: ตามตัวอย่างอาจารย์ฝรั่งพูดทีละประโยค พอพูดตามเสร็จมันจะมีการตอบรับ “good job!” แหม… อย่างน้อยก็มีคนชม555
- ขั้นมึนงง: ตอนฝึกบทสนทนาจริง เลยต้องเปิดซ้ำบางช่วง 4-5 รอบกว่าจะพูดตามได้เป๊ะ
อาทิตย์แรกนี่มันน่าดูเลยนะ ทำได้แค่สัปดาห์ละ 3 วันเพราะขี้เกียจ แต่มันมีการส่งอีเมลล์เตือนทุกวันแบบน่ารำคาญพอกัน สุดท้ายเลยยอมฝึกต่อเนื่อง
สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังยึดติดสามเดือน
เจ้านายพาไปประชุมกับลูกค้าอินเดียเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว นั่งตะลึงเลยที่จับใจความเค้าได้เกือบหมด ไม่ใช่เพราะฟังออกทุกคำนะ แต่พอเค้าพูดวลีแบบ “as far as I’m concerned” หรือ “I’d rather not” ในคลิป Eng Breaking เคยฝึกพูดตามเป๊ะๆ เลยจำขึ้นใจ!
ส่วนตอนแชทในสแล็คกลุ่ม มีฝรั่งถามว่า “What’s the hold up?” รีบตอบกลับไปแบบอัตโนมัติว่า “We’ll wrap it up by EOD” นี่แม้แต่แกรมมาร์ยังไม่ต้องมานั่งคิดเลย
ในมุมมองคนเคยท้อถอย
เราว่าจุดเด่นสุดของ Eng Breaking คือการบังคับให้เราคุ้นเสียงจริงๆ ไม่ใช่แค่ฟังผ่านหู เวลาอาจารย์ให้พูดตามเราต้องออกเสียงให้ใกล้เคียง เคยมีบางคลิปที่เราอัดเสียงตัวเองส่งไปตรวจ ลิ้นแทบพันกันเลยทีเดียว
แต่ก็ไม่ไร้ข้อเสียนะ บทเรียนช่วงกลางๆ บางทีน่าเบื่อหน่อยเพราะเนื้อหาเริ่มซ้ำๆ จนอยากข้ามไปบทสนทนาที่สนุกกว่า
สรุปให้สั้นๆ ถ้าถามว่าเวิร์คมั้ย… เราไม่กล้าบอกว่าดีเลิศ แต่ถ้าขยันฝึกตามที่เค้าสอนแบบไม่ต้องใช้สมองมาก มันจะซึมเข้าหัวแบบไม่รู้ตัว แค่สองเดือนก็รู้สึกว่าการฟังกับพูดมันง่ายขึ้นจริงๆ ส่วนตัวว่าเหมาะกับพนักงานออฟฟิศอยากอัพสกิลแบบเรา