engoo ราคา pantip เป็นไง เราทดลองมาแล้ว พร้อมบอกเล่าประสบการณ์จริง

0
65

ทดลองใช้จริงแบบไม่กั๊ก เราเก็บข้อมูลมาหมดแล้ว

นี่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเลยนะ เราจะมาเล่าให้ฟังว่าประสบการณ์การใช้ Engoo ของเราเป็นไง โดยเฉพาะเรื่องราคาเนี่ยแหละที่เป็นประเด็นใหญ่ เพราะเห็นหลายคนใน Pantip ถกเถียงกันสนุกมาก

เริ่มต้นจากความสงสัย: เห็นกระทู้ใน Pantip พูดถึง Engoo บ่อยมาก ทั้งชมและด่า แล้วที่สำคัญคือเรื่องราคาแต่ละคนพูดไม่เหมือนกันเลยยย สงสัยจัดๆ เลยว่าเขาคิดเงินยังไงกันแน่ เราเลยคิดว่า “เออ… ลองเองดีกว่า จะได้รู้จริง”

ขั้นตอนแรก กดลงทะเบียน: ก็ไปหาเว็บของเค้านั่นแหละ กดสมัครสมาชิกแบบพื้นฐานก่อน ใส่ชื่อ อีเมล พรินเนร่า อะไรเบื้องต้น ใช้เวลาไม่นาน พอเสร็จเค้าก็โยนแผนราคามาให้เลือกเพียบเลย

  • เล่มแรก: แถบแรกเลยคือแบบเรียนรายครั้ง คิดเป็นครั้งๆ ไป บอกเลยว่าแพงชิบหาย ถ้าจะเรียนเรื่อยๆ แบบเราไม่คุ้มแน่นอน
  • เล่มสอง: แบบเป็นแพ็กเกจรายเดือน ราคาดูเข้าท่ามากขึ้น แต่มีหลายสาขาให้เลือกอีก จะรายสัปดาห์ รายเดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือแบบรายปีด้วย เยอะไปหมด!
  • เล่มสาม: แบบเรียนแบบไม่มีกำหนด แบบซื้อเป็นชุดคอร์สใหญ่ จัดมาเป็นก้อนๆ นี่ราคาต่อครั้งลดลงดี แต่ต้องจ่ายทีเดียวตั้งก้อนนึงนะ โอ้โห!

เราลองดีลเค้าดูหน่อย: ตอนนี้ใจเรารู้สึกว่าแพ็คเกจรายเดือนดูคุ้มสุด ก็เลยเลือกเอาแบบ 8 คลาสต่อเดือน (ประหยัดสุดนิดนึง) เค้าบอกว่ามีโปรโมชั่นเสริมด้วยถ้าเราเข้าคอร์สนานๆ เลยตกลงใจซื้อแบบ 6 เดือนไปซะเลย คิดว่าได้ส่วนลดดี

วันแรกที่ซื้อ: บัตรเครดิตเด้งทันที เราดึงสลิปออกมาดู ใจหายวาบ ราคาที่เค้าคิดไปนี่มันรวมภาษี และค่าธรรมเนียมเล็กๆ น้อยๆ ด้วยนะเนี่ย!! บวกเพิ่มไปเกือบร้อยกว่าบาทได้เลยอ่ะ จากราคาโปรโมชั่นที่คิดไว้ว่าถูก มันไม่ถูกลงเท่าที่หวังเลยอะ ตอนนั้นในหัวคิดเลยว่า “นี่แหละมั่วนะคะ…”

ทดลองเข้าเรียนจริง: เรียนไปได้ประมาณเดือนกว่าๆ สารภาพตรงนี้ว่าไม่ค่อยมีเวลาจริงจัง บางอาทิตย์เรายกเลิกคลาสไป เพราะงานเข้าพอดี แล้วนี่แหละคือจุดพลาด! ปรากฏว่าเค้ามีนโยบายโหดมาก

  • ยกเลิกก่อน 8 ชั่วโมง: ไม่หักคลาสดี แต่เรานะเป็นคนนัดเก่ง อดนอน ทุ่มนึงเพลียแล้ว ขอนอนละนะ อันนี้พลาดประจำ
  • ยกเลิกด่วน หรือไม่มา: เฮ้ย! คลาสนั่นถือว่าหมดไปเลย เจ็บมาก อารมณ์แบบเสียตังค์ฟรี อดเรียนด้วย เสียของ
  • คลาสค้าง: เจอแบบนี้นี่สิหนักเลย เค้าให้ยืดเวลาได้นิดหน่อยในรอบนั้น แต่มันสะสมต่อเนื่องไม่ได้อะ คือถ้าเราใช้ไม่หมดทันเดือนนี้ คลาสที่เหลือเนี่ยหายเกลี้ยง! ไม่สะสมต่อ นี่นะซื้อมาแล้วโดนบังคับให้ต้องรีบใช้ พาลเครียดเปล่าๆ

เจอปัญหากับบัตรเครดิต: อยู่มาวันนึง บัตรเราใกล้หมดอายุ รีบไปอัพเดทข้อมูลใหม่ในเว็บแล้วนะ รู้ไหมว่ากลับไปเรียนแบบปกติ มันเป็นทุกอย่างปกติดี แต่พอถึงรอบคิดเงินเดือนถัดมา ปรากฏว่า… จบไม่จบ! บัตรใหม่เนี่ยระบบไม่ดึงข้อมูลไปอัตโนมัติ! หักเงินเราต่อไม่ได้ แต่เค้าส่งเมลล์มารหัสล้อเล่นเหรอ? ก็บอกแค่ว่า “Payment Problem” เฉยๆ ไม่บอกเหตุผล ไม่บอกวิธีแก้ เราต้องมานั่งไล่เช็คเองย้อนหลัง ต้องคอยยืนยันกับเค้าอีกรอบ พอแก้แล้ว เค้าไม่หักย้อนนะ แต่ให้เราจ่ายเพิ่มด้วยการเติมเงิน หรือไม่ก็แอบอัดคลาสในเดือนหน้ามากกว่าเดิมเนี่ย ถ้าไม่จ่ายก็เรียนต่อไม่ได้ โดนหักเงินคืนไม่ได้ด้วยนะ เสี่ยงหมดอายุคอร์สไปเลย!!

อารมณ์ตอนรู้ว่าแพงกว่า: แอบบ่นในใจ “เฮ้ยยย ทำไมมันโหดอย่างนี้” สรุปเราจ่ายไปเท่าไหร่เหรอ? ตอนซื้อแบบ 6 เดือนคิดเป็นเดือนละประมาณ 1,3XX บาท (แบบประหยัดสุดแล้วนะ) แต่พอรวมภาษี ค่าธรรมเนียมเพิ่ม และเจอกรณีที่ต้องเสียคลาสไปฟรีๆ เพราะเรายกเลิกไม่ทัน บวกกับความเครียดเวลาเครื่องไม้เครื่องมือขัดข้อง จนต้องยกเลิกด่วนหรือเรียนไม่ได้ (ซึ่งนับเป็นเราไม่มา) จริงๆ แล้วมันออกมาเดือนนึงประมาณ 1,5XX++ ตลอดคอร์ส อืม… คุ้มไหมเนี่ย?

คำตอบสุดท้ายที่บ้าน: สรุปคือถ้าใช้แบบเรเนี่ย เผลอๆ จ่ายแพงกว่าแบบรายครั้งด้วยซ้ำถ้าต้องเสียคลาสฟรีไป! สำหรับคนนัดแน่น ไม่พลาด เราว่าคุ้มค่าใช้ได้ แต่ถ้าแบบเรา โปรแกรมแบบแข็งกระด้าง การหักเงินก็ไม่ยืดหยุ่น คิดหลายรอบดีกว่า เดี๋ยวจะเสียใจเหมือนเรา โดนหักเงินคืนไม่ได้ เราว่าเอาเวลาไปซื้อคอร์สแบบยืดหยุ่นกว่านี้ดีกว่า หรือไม่ก็คุยสดกับเพื่อนต่างชาติก็ยังได้ฟรีๆ ไม่ต้องทนระบบเครียดๆ แบบนี้ คุยข้ามคืนยังได้ไม่เสียตังค์

ฝากทิ้งท้าย: ตอนนี้ออกมาอย่างสวยแล้ว หมดคอร์สแล้วอะ ได้เรียนก็สนุกดีนะ ครูก็พยายามสอนดี แต่สำหรับเรานะ ส่วนตัวไม่กลับไปใช้แน่ แพงและเครียดจนเกินไป! เห็นหลายใน Pantip โหวตว่ามันถูก ก็ไปลองดูนะ แต่เราทดลองมาแล้วเนี่ยของจริงเลย ไม่มโน ถ้าคิดจะจ่ายตังค์ ต้องรู้เงื่อนไขให้ชัดๆ ห้ามเผลอ มันมีรายละเอียดที่เราไม่รู้เยอะมากกก!