ก่อนหน้านี้พอพูดอังกฤษได้นิดหน่อยแต่พอถึงเวลาเขียนทีไรปวดหัวทุกที เขียนไม่ได้เลยเว้ย! เลยตั้งเป้าหมั่นว่าจะต้องพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษให้เร็วขึ้น หาอยู่นานว่าคอร์สเรียนเขียนภาษาอังกฤษที่ไหนดี เลยลองทำตามขั้นตอนที่หามาได้จนเจอวิธีเวิร์คสุดๆ
ขั้นตอนแรก : สำรวจตัวเองก่อน
เริ่มจากมานั่งจิบกาแฟแล้วถามตัวเองตรงๆ ว่าเขียนอังกฤษกากเพราะอะไร ไล่ไปทีละจุด:
- คำศัพท์ในหัวน้อยเกิน
- แต่งประโยคทีไรเหมือนเด็กประถม
- ไม่รู้จะเชื่อมประโยคยังไงให้เนียน
นั่งลิสต์ออกมาเป็นกระดาษแผ่นหนึ่ง เห็นชัดเลยว่าต้องแก้สามจุดนี้เป็นหลัก
ขั้นตอนสอง : ลองคอร์สฟรีดูก่อน
กระโจนเข้าเน็ตเสิร์ชหา คอร์สเรียนเขียนฟรี ลองไปสองสามที่:
- ลองทำแบบฝึกหัดเช็คแกรมมาร์
- ลองเขียนไดอารี่ภาษาอังกฤษวันละสามบรรทัด
- เข้าเว็บฝรั่งที่เขามีแบบฝึกหัดเขียนให้ทำฟรี
หลังจากยัดเยียดตัวเองมาสองอาทิตย์ รู้สึกว่าจับทางถูกนิดนึง แต่มันกระจัดกระจาย ต้องหาที่เรียนแบบเป็นระบบจริงจัง
ขั้นตอนสาม : สอยคอร์สตัวเป็นๆ
เดินตาลายอยู่สัปดาห์นึงกับ การเปรียบเทียบคอร์ส:
- คุยเพื่อนที่เคยเรียนหลายคนให้ช่วยรีวิว
- เข้ากลุ่มเฟสบุ๊คถามประสบการณ์ตรง
- นั่งดูตัวอย่างวีดีโอสอนฟรีในยูทูบของแต่ละที่
ตัดสินใจ เลือกคอร์สออนไลน์ที่เจาะเฉพาะการเขียน เพราะเห็นรีวิวว่าเรียนจบแล้วเค้าพูดกันว่าเขียนงานได้คล่องขึ้น แถมอาจารย์สแกนงานเขียนไลน์ให้ด้วย
ขั้นตอนสี่ : สลัดนิสัยขี้เกียจ
ลงเรียนแล้วก็ต้อง จัดตารางบังคับตัวเอง เคยทนตั้งโหมดรุ่งโรจน์ไว้ก่อน:
- ตื่นเช้ามาเขียนไดอารี่อังกฤษทันทีก่อนอาบน้ำ
- ทำแบบฝึกหัดวันละสองชุดหลังเลิกงาน
- ส่งงานเขียนให้อาจารย์ตรวจทุกศุกร์
สัปดาห์แรกแทบถอดใจ ลืมส่งงานสองครั้ง แต่พอโดนอาจารย์ไลน์ถามล่กก็รู้สึบเขิล เลยผูกมัดกับตัวเองว่าถ้าไม่ทำตามตารางจะโดนหักเงินค่าอาหารมื้อโปรด
ขั้นตอนห้า : ฝึกต่อแบบไม่ต้องเก่งขั้นเทพ
พอยื่นใบสมัครงานเขียนอังกฤษครั้งแรก นั่นล่ะคือจุดเปลี่ยน:
- เขียนอีเมลตอบบริษัทไม่ต้องเปิดกูเกิลแปลบ่อยๆ
- เวลาทำรีพอร์ตไม่มึนตึบเหมือนเมื่อก่อน
- แชทกับเพื่อนต่างชาติทีไรไม่ต้องนั่งเค้นคำนาน
ตอนหลังมาฟันธงว่า คอร์สมันช่วยได้แค่ 40% ที่เหลือคือพยายามใช้เขียนทุกวันที่โอกาสอำนวย แม้แต่เขียนลิสต์ของในเซเว่นก็ยังลองเป็นภาษาอังกฤษบ้าง!