ตอนนั้นอยากเรียนภาษาอังกฤษใหม่ตั้งแต่พื้นฐานเลยนะ เอาจริงๆก็คิดมานานแล้วเพราะไปสอบใบขับขี่ทีไรข้อสอบอังกฤษตีตู้หมดทุกที เคยหยิบหนังสือมาลองเปิดดูเองแต่ไม่รู้จะเริ่มเล่มไหนดี ก็เลยต้องลงมือสักที
เริ่มจากร้านหนังสือใหญ่แถวบ้านเลย
วันเสาร์นั่งรถไฟฟ้าไปยืนเซ็งๆหน้ามุมหนังสือเรียน ชะโงกดูทีไรปวดตับทุกที เพราะมันมีเป็นร้อยเล่มแถมราคาก็บานปลาย ตัดสินใจหยิบมา 5 เล่มฮิตๆที่พี่店员แนะนำบวกรีวิวในเน็ตดู:
- เล่มสีเขียวเข้มวางขายดี – พอเปิดดูเจอพวกแกรมม่าเต็มไปหมด มึนทันทีเพราะมันอัดแน่นไปด้วยตาราง รู้สึกเหมือนโดนยัดเนื้อหาเข้าไปในหัวตอนอ่าน
- หนังสือรวมศัพท์เล่มบางๆรูปการ์ตูน – ติดใจที่มันสีสันจัดจ้านแถมมีรูปน่ารัก แต่พอดูดีๆกลับพบว่าศัพท์พื้นฐานอย่าง “apple” ยังไม่มี! ส่วนใหญ่เป็นศัพท์หมวดเฉพาะทางซะมากกว่า
- สมุดแบบฝึกหัดเล่มหนา – แรกๆคิดว่าดีนะมีแบบทดสอบให้ทำเพียบ แต่พอลองทำดูพบว่าข้อสอบระดับป.4ยังทำให้ต้องเกาหัว! มันยากไปสำหรับคนเริ่มต้นอย่างเรา
- คู่มือรูปถ่ายสวยๆ – รูปถ่ายสวยมากกดดูในร้านเพลินเลย แต่พอกลับมาอ่านที่บ้าน ปรากฎว่าเนื้อหาแทบไม่มีเลย มันเน้นเทคนิคมากกว่าพื้นฐานจริงๆ
- สุดท้ายคือหนังสือปกอ่อนพิมพ์สองสีของ Oxford – แรกๆมองข้ามไปเพราะหน้าตาเรียบๆไม่ดึงดูด ตกกลางคืนนอนไม่หลับเลยลองเปิดดู อ้าว…เนื้อหาเรียงจากง่ายไปยาก แบ่งบทชัดเจน แกรมม่าอธิบายสั้นๆแล้วมีรูปประโยคตัวอย่างให้เห็นภาพ บทสนทนาก็เป็นสถานการณ์ในชีวิตจริง เช่นสั่งกาแฟหรือถามทาง
ส่องให้เห็นข้อดีข้อเสียชัดๆ
หลังจากลองจับต้องครบ 5 เล่มในร้านหนังสือแล้ว เล่มที่ดูเข้าท่าสุดคือ Oxford นั่นแหละ แม้บางคนจะบอกว่าแพงไปหน่อยแต่เราเห็นว่าน่าจะเรียนได้จริงกว่าเพื่อน เล่มอื่นถ้าซื้อไปอาจกลายเป็นเหลาโต๊ะไปอีก 3 ปีแน่ๆ
เจอของดีที่ไม่คาดคิด
ตอนนี้ Oxford เล่มนั้นนอนอยู่บนโต๊ะทำงานแล้วครับ ลองเรียนวันละ 2 หน้า นานๆทีก็ย้อนกลับไปทวน ท่องศัพท์กับแอพฟรีบนมือถือที่ช่วยเพิ่มความจำ พิสูจน์มา 1 เดือนแล้วว่าพอใช้ได้!
วันก่อนไปร้านกาแฟสั่งคาปูชิโน่ยังลื่นไหลกว่าเดิม อย่างน้อยก็ไม่ต้องชี้ๆเรียกพนักงานแล้ว สิบ่โดนแล้วเนาะ!