วันนั้นนั่งคิดว่าอยากเรียนแกรมม่าด้วยตัวเอง แค่หนังสือเล่มเดียวคงพอ… ปรากฏว่าผิดถนัด!
ขั้นแรก : มั่นใจสุดๆ
เริ่มแบบง่ายๆ ด้วยการคว้าหนังสือแกรมม่าเล่มบางๆในร้าน (“พื้นฐานแกรมม่า” ปกสีฟ้า หนาแค่ร้อยหน้า) คิดว่าเปิดไปทีละบท ก็น่าจะจบไว แม่งไม่ใช่!!
- เปิดไปหน้า 5 : แค่หลักเกณฑ์ก็นมตายแล้ว “Present Simple” มันต่างจาก “Present Continuous” ตรงไหนวะ
- อ่านไป 10 นาที : เริ่มตาลายกับ S+V.อะไรนั่น
- ลองทำแบบฝึกหัด : เติมช่องว่างสามข้อ ทำถูกข้อเดียว ฟาดหนังสือปิดเลยดีกว่า
ขั้นสอง : คลานต่อยอดหาออนไลน์
เล่มบางๆไม่รอด เลยยอมแพ้เปิดยูทูป หา “สอนแกรมม่าง่ายๆ” เจอแต่คลิปยาวเป็นชั่วโมง พอเปิดดู บอกละเอียดยิบ แต่พูดเร็วแบบไม่พึ่บพั่บ คลิปนึงยังฟังไม่จบ ข้ามๆไปมา งงกว่าเดิม เหมือนพยายามจับปลาหมึกที่มันดิ้น!
สมองเริ่มตีกันเอง : จะใช้ Past Simple หรือ Present Perfect นี่ว้า… เคยทำ vs ทำแล้ว มันคนละเรื่องเลยนิ เง้อออ
ขั้นสาม : สารภาพว่าแพ้พยายามใหม่
ยอมรับแล้วว่าโง่แกรมม่า เลยเปลี่ยนแผน
- หากระดาษโน้ต : เขียน verb ชอบใช้ประจำแปะผนัง (go/eat/sleep) เอาแค่นี้ก่อนก็น่าจะพอ
- เลิกเน้นทฤษฎี : เริ่มฟังเพลงฝรั่ง แทน ลองสังเกตคำในเพลงว่าเค้าสร้างประโยคยังไง
- อ่านเม้นต์ต่างชาติ : ดีกว่าเรียนในหนังสือเยอะ! ชาวบ้านเขาเขียนแบบขัดๆ แต่เข้าใจได้จริง เลยเอาตามนั้น
ตอนนี้… ก็ยังงงนิดหน่อยแหละ!
มานั่งนึก แกรมม่าไม่ใช่เวทมนตร์ มันก็แค่รูปแบบภาษา วันๆนึงพยายามแต่งประโยคง่ายๆสักสามอัน เช่น “I eat rice.” (มั่วนะ กินมาม่า) “She sleeping now.” (ไม่ชัวร์แกรมม่าขี้เกียจเช็ค!) ผิดก็ช่างหัวมัน เดี๋ยวค่อยๆเก็บไป ดีกว่าเอาแต่กุมขมับกับตำรา
ป.ล. ตอนนี้เห็นไอ้เด็กขายส้มตำปากซอยนี่เซียนกว่าเราเยอะรู้แกรมม่าไปวันๆยังไงไม่รู้ แค่พูดได้ก็เทพแล้วมั้งเนอะ… เฮ้อ!