มีปัญหาที่ผมเจอมาเนิ่นนานแล้ว นั่นคือเวลาต้องคุยธุรกิจกับคู่ค้าต่างประเทศ พอฝรั่งพูดศัพท์ยากๆ ผมทำหน้างงเป็นปลาทองทุกที งานนี้ต้องคิดใหม่แล้วว่าต้องอัพสกิลให้ได้
เริ่มต้นแบบงูๆปลาๆ
ตอนแรกก็เข้าคอร์สออนไลน์พื้นฐานน่ะ มันสอนแต่ศัพท์ห่วยๆ ไม่ได้ใช้จริงสักที อันนี้พูดตามตรง เรียนมาเดือนนึงรู้สึกว่าเสียเงินฟรี จุดเปลี่ยนคือได้ฟังพี่ใหญ่ที่ออฟฟิศ เค้าใช้ภาษาอังกฤษเจรจากับบริษัทสิงคโปร์แบบลื่นไหลมาก เลยจับเค้านั่งกินข้าวถามเคล็ดลับ
- ขั้นแรก : ตัดคอร์สที่เน้นแกรมมาร์ออกไปเลย เลือกเฉพาะคอร์สที่ชื่อมีคำว่า “Business English” หรือ “Professional Communication”
- ขั้นสอง : เอาตารางงานจริงมาใส่ในการเรียน แทนที่แต่งประโยคเพ้อฝันแบบตำรา
ลุยจัดตารางเรียน
ผมแบ่งวันธรรมดาทำงานแบบนี้ :
- 7โมงเช้ายิงอีเมลฝรั่งก่อนเข้าออฟฟิศ ตรงนี้แหละที่พลิกเกม! ตอนแรกก๊อปแบบเขามาเป๊ะๆ พอทำไปเดือนนึงเริ่มจับทางได้ว่าควรเขียนยังไงให้งานเดิน
- พักเที่ยงดูคลิป 2-3 นาทีแบบที่ลุง CEO บอกมา เป็นคลิปสั้นๆในยูทูปที่ฝรั่งเค้าเม้าท์เรื่องงานจริง
- ขับรถกลับบ้านฟังพอดคาสต์พวก “Business Daily” อันนี้ช่วยเรื่องสำเนียงได้เยอะ แต่แรกฟังไม่ออกเลยนะ หลังๆเริ่มแยกคำเป็น
ดันขึ้นเลเวลด้วยของจริง
อาทิตย์นึงผมบังคับตัวเองให้ทำ 2 อย่างนี้ :
- อาสาเป็นคนจดประชุมเวลามีฝรั่งร่วมด้วย (เจอแทบแย่ตอนแรก!)
- สวมเก๊าเมล์ลูกค้า เขียนเมลสมมติถามปัญหาที่เพื่อนร่วมงานเคยเจอจริงๆ
สุดท้ายก็ได้ทริคเด็ดจากพี่ใหญ่ : เวลาต้องการศัพท์แอ๊ดวานซ์ให้จินตนาการก่อนว่าภาษาไทยจะพูดว่าอะไร เช่น “ส่งของล่าช้าเพราะขนส่งขยันน้อยไป” = logistics capacity underperformance นั่นเอง!
ผลลัพธ์ที่น่าตกใจ
ผ่านไป 4 เดือน อยู่ดีๆหัวหน้าโยนผมไปเจรจาซัพพลายเออร์ชาวมาเลย์ นี่แหละบททดสอบ! ตอนเซ็นสัญญาเนี่ย รู้เลยว่าอันไหนหมายถึง late fee delivery penalties หรือ force majeure clauses
ที่สุดของความภูมิใจคือเมื่อวาน ลูกค้าอินเดียโทรมาแล้วผมแก้ปัญหาการชำระเงินให้เค้าได้แบบไม่ต้องเอาล่ามมาช่วย ทีมงานหน้ามืดไปตามๆกัน!
สรุปวิธีที่เวิร์คสุด : เอาภาษาไทยที่เราใช้ในงานแปลงเป็นอังกฤษตรงๆ ไม่ต้องคิดว่าแฟนซีหรือไม่ ให้สื่อสารได้ถูกใจคู่ค้าสุดท้ายแล้วทุกอย่างจะลงตัวเองครับ