เรียน ภาษา อังกฤษ online ไม่เก่งก็เริ่มได้ง่าย วิธีง่ายๆ ที่ใครก็ทำตาม

0
45

เราไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะเรียนภาษาอังกฤษได้เพราะตัวเองรู้สึกว่าทุ่มเทเท่าไหร่ก็ไม่เก่งสักที จนวันนึงเถียงกับเจ้านายเพราะอ่านอีเมลลูกค้าผิดเลยโดนหักเงินเดือน ฮ่าๆ ตอนนั้นคิดในใจว่า “อีดอกนี่ถ้าเราเก่งอังกฤษคงไม่ต้องมานั่งหน้าแตกขนาดนี้”

เริ่มต้นแบบไม่ต้องพึ่งพรสวรรค์

เปิดมือถือหาแอพเรียนฟรี เราไม่เลือกพวกเว็บหรูๆ เพราะเห็นรีวิวแล้วงงไปหมด แอพแรกที่โหลดมีแบบฝึกหัดให้แตะคำศัพท์พร้อมรูปภาพ บางทีเห็นรูปส้มแตะไปแล้วเสียงมันก็อ่านว่า “ออเรนจ์” เซ็งตรงที่บางคำมันไม่ยอมอ่านให้ฟัง เราก็แค่กดไอคอนรูปลำโพงซ้ำไปซ้ำมาสักห้าที จนแม่เดินผ่านมาบอก “นี่มันเอาแต่กดไปทำไมไม่จดลงสมุดล่ะ”

หลักสูตรที่เราใช้ไม่มีชื่อเสียงหรูหราเลย แค่ทำตามสามขั้นตอน:

  • เปิดแอพตอนตื่นนอนวันละ 15 นาทีแทนการเลื่อนฟีด
  • คัดประโยคที่เจอบ่อยในซีรี่ย์ลงสมุดเล่มเก่า
  • พูดตามเสียงในวิดีโอตอนอาบน้ำ (เพื่อนบ้านคงคิดว่าบ้า)

ความโง่กลายเป็นความฮา

อาทิตย์แรกลองเอาเพลงเด็กง่ายๆ มาร้องตาม แต่พอขึ้นท่อนเร็วปุ๊บคำมันติดกันเป็นพืดเลยตะโกนออกมาเสียงแตกว่า “วิลยูมาแรมโบ้ย!” ตอนหลังเปิดเนื้อเพลงดูถึงรู้ว่าต้องร้องว่า “will you marry me” ทั้งเพื่อนร่วมงานและแฟนเอาไปล้อจนเดี๋ยวนี้ แต่มันคือวิธีให้เราจำแม่นขึ้นจริงๆ นะ

พอผ่านไปสองเดือนลองทดสอบตัวเองด้วยการดูหนังซับไทย แต่ปิดซับตั๊ว! บทแรกที่ฟังรู้เรื่องคือประโยคสุดง่ายอย่าง “get out” ตอนพระเอกขับรถชนร้านข้าวแกง พอกระจกหน้ารถร้าวนิดเดียวเจ้าของร้านตะโกนใส่ เราแบบอ่อ! นี่เราก็พอเข้าใจนะ

สิ่งที่ได้เกินกว่าภาษา

ที่ทำงานส่งเราไปช่วยต้อนรับลูกค้าอินเดีย ถึงจะพูดได้ไม่คล่องแต่ เอาแค่อารมณ์ขันกับความไม่เก่งมาเป็นตัวเชื่อม ตอนแรกก็นิ่งอึ้ง พอเราเล่นมุก “วันนี้หิวมาก กินข้าวหรือกินไก่ดี” (เพราะนึกคำว่า chicken ไม่ออก) ทุกคนหัวเราะแล้วเริ่มคุยแบบกันเอง สุดท้ายเจรจาซื้อขายผ่านไปได้ แม้ประโยคที่ใช้จะเป็นแกรมม่าผสมไทยคำอังกฤษคำก็ตาม!

ทุกวันนี้กลายเป็นคนชอบเปิดแอพคัดศัพท์ตอนเข้าคิวรออาหาร ชอบแอบดูป้ายภาษาอังกฤษตามซอยแล้วเอามาคาดเดา จนวันนึงน้องชายถามว่า “พี่เริ่มได้ไงไม่เคยเห็นอ่านหนังสือเลยนี่?” เราเฉลยตรงๆ ว่า ยิ่งคิดว่าเราซวยในภาษา แค่หยิบความซวยนั่นมาเล่าสู่กันฟัง มันก็กลายเป็นเรื่องสนุกแล้ว!