เรียน ภาษา อังกฤษ ฟรี เสาร์ อาทิตย์ จริงๆ ฟรีไหม ค่าใช้จ่ายมีอะไรบ้าง?

0
46

วันแรกก็งง แต่อยากรู้ว่าเรียนฟรีจริงมั้ย

เห็นป้ายโฆษณาติดแปะอยู่ตรงประตูหลังห้องน้ำร้านชานมที่ชอบไปนั่งเน้นะ “เรียนภาษาอังกฤษฟรี เสาร์-อาทิตย์ ไม่มีค่าใช้จ่าย!” เห้ย มันฟรีป่าวเนี่ย แถมอยู่ใกล้บ้านด้วย เราเองสนใจแต่กังวลว่าจะมีค่าแอบแฝง เลยตัดสินใจลองลงไปดูสักตั้ง เก็บกระเป๋าใส่สมุดกับปากกาเน่าๆ ที่บ้าน เครืองคิดเลขเก่าๆ อีกเครื่องนึง (เผื่อต้องคิดเงิน) แล้วก็เดินไปที่อาคารเรียนตามที่อยู่บนโปสเตอร์นี่แหละ

ไปถึงแล้วเจออะไรบ้าง

อาคารดูเก่าหน่อยๆ แต่พอเข้าไปข้างใน มีคนมารอลงทะเบียนคิวยาวเลย โอ้โห เขาเอาจริงแฮะ มีพนักงานหนุ่มคนหนึ่งยืนแจกใบสมัคร พอเราไปเอา เขาก็ยิ้มแล้วถาม “ลงทะเบียนวันนี้เลยมั้ยครับ บัตรประชาชนด้วยนะครับ” เคยกรอกข้อมูลส่วนตัวนิดหน่อย พอกรอกเสร็จก็มีคนพาไปนั่งรอในห้องเรียนเล็กๆ หนึ่ง

ห้องมีคนนั่งเกือบเต็มแล้ว ทั้งเด็กมหาลัย คนวัยทำงาน พวกคุณป้าคุณลุงด้วย เครื่องเสียงในห้องใช้ไมค์ไร้สายแบบเก่า พอดวงแดงๆ บนเครื่องกระพริบแล้วมีเสียงหวีดๆ ลออยู่ตลอด ครูผู้สอนมาสายนิดหน่อยแต่ดูเฮฮา ชอบเดินไปเดินมาแล้วถามคำถามเล่นๆ

ลงเรียนจริงจัง แล้วต้องควักตังค์มั้ย?

เขาเริ่มเรียนกันเลย วันแรกสอนเรื่องพื้นฐาน ประธาน กริยา อะไรประมาณนั้น เราเองพอรู้มาบ้างแล้ว แต่ฟังไปก็เพลินดี พอใกล้เลิกเรียน ครูก็ประกาศให้ทุกคนไปรับเอกสารทบทวนบทเรียนที่โต๊ะหน้าห้อง เราก็เดินตามคนอื่นไป ไปถึงแล้วพนักงานบอกว่า ถ้าอยากได้เอกสารแบบเต็มต้อง… นั่นแหละ ค่าถ่ายเอกสารแผ่นละ 2 บาท! โอเค มันไม่แพง แต่ก็เริ่มไม่ฟรีละนะ

เสาร์-อาทิตย์นัดเรียนครบแล้ว คิดว่าน่าจะจบ ใช่ไหม? ไม่เลย! วันอาทิตย์สุดท้ายก่อนเลิก ครูเอาแผ่นใบปลิวอีกแบบมาแจก เป็นรายละเอียดคอร์สเรียนต่อ “ระดับสูงกว่า” พร้อมราคาตั้งแต่ 4,900 บาทไปจนหลักหมื่น แล้วก็บอกว่า “สมัครภายในวันนี้ลด 10% เลยนะครับ” โอยยย แล้วก็มา

สรุปค่าใช้จ่ายที่ไม่ฟรีจริงๆ จากการเรียน “ฟรี”

บอกเลยว่าถ้าแค่เดินเข้าร่วมนั่งฟัง ไม่มีอะไรฟรีสักอย่าง! มานั่งนับดูว่าตลอดสองอาทิตย์เราเสียอะไรไปบ้าง:

  • ค่าถ่ายเอกสาร: ไม่ได้แจกฟรีเล้ย ถ้าอยากได้เนื้อหาเต็มต้องจ่ายแผ่นละ 2 บาท บางบทแค่หกแผ่น บางบทมันยันยี่สิบแผ่น โง่เองที่กรอกเอกสารมาเยอะ เสียไปเกือบร้อยกว่า!
  • ค่าหนังสือเสริม: มีพนักงานขายหนังสือศัพท์ แกรมม่า ปกสวยๆ วางไว้หน้าห้องระหว่างพัก มันล่อตาล่อใจเราอยู่ดี เราเลยจ่าย 250 บาท ซื้อศัพท์เล่มนึง
  • ค่าเดินทาง-ค่าทำใจ: แน่นอน ขนมปังคู่กับกาแฟแก้วละ 50 ร้านใกล้ๆ ห้องเรียนมันหอมชวนซื้อทุกเสาร์เช้า! รวมรถสองแถวไปกลับ 70 บาท สองอาทิตย์ก็ 140 บาท แป๊บๆ แค่นี้รวมๆ กันก็เกือบห้าร้อยแล้ว
  • ค่าโอกาส (ที่เขาไม่ได้บอกแต่รู้อยู่ใจ): เสาร์อาทิตย์สองอาทิตย์มันคือเวลาหายไปของเราที่จะไปหาอะไรทำอย่างอื่นได้ พวกโปรโมชั่นคอร์สเรียนแพงๆ แถมมารอบสอง มันก็เหมือนค่าใช้จ่ายแฝงอีกรูปแบบนะ คือถ้าเราติดกับดัก โม้ดสมัครต่อ ค่าใช้จ่ายมันกระโดดไปหลักพันเลยล่ะ

บทเรียนที่ได้มาแบบฟรีๆ จริงๆ

เลยเข้าใจว่า คอร์สเสาร์อาทิตย์ฟรีเนี่ย ส่วนใหญ่เค้าใช้ล่อให้เราไปลงทะเบียน แล้วค่อยขายของอื่นเพิ่มระหว่างทางหรือตอนจบ คลาส. ไม่ได้มีเนื้อหาละเอียดอะไรไปกว่าพื้นฐานมากนัก มันฟรีแค่ค่าห้องเรียน แต่สิ่งรอบตัวไม่ฟรีเลยสักกะบาท ถ้าจะไปลง ต้องเตรียมใจ เตรียมสมุดปากกาจากบ้านไปให้หมด เตรียมข้าวน้ำไปกินเอง เตรียมสติไว้ไม่ให้หลงซื้อของที่เค้าขายเสริม ถ้าไม่ทำแบบนี้ รับรองจบมาก็เสียเงินไปแน่ๆ

เอาเป็นว่าเรียนฟรีได้ แต่ฟรีแบบมีเงื่อนไข ยากมากที่จะไม่จ่ายอะไรเลยสักบาท! เหมาะกับคนที่อยากลองก่อนคิดจะลงคอร์สจริง หรือคนที่อยากหาที่เรียนฟรีๆ แค่ทำกิจกรรมไปวันๆ แล้วก็อดทนกับเสียงโฆษณาขายคอร์สและของเล่นต่างๆ ได้ละกัน… ส่วนเรา ตอนนี้พอรู้ลีลาแล้ว กินข้าวบ้าน ดื่มน้ำจากบ้าน ถือเอกสารเก่าไปจดเองก็พอ ฮึบ!