เริ่มจากสตั๊ดจนเกือบถอดใจเลย
ช่วงหลังๆรู้สึกว่าเจ๊งมากเวลาต้องพูดอังกฤษ เปิดเน็ตดูคลิปฝรั่งรู้เรื่องนะ แต่พอถึงเวลาต้องอ้าปากเองเนี่ย เข้าขั้นพัง! ที่แย่สุดคือวันนั้นจะซื้อข้าวมันไก่ในเซเว่น นึกคำว่า “น้ำซอสพริก” ไม่ออก เลยยืนมึนอยู่หน้าร้านนาทีนึง พนักงานมองตาเหมือนถามว่า “ถ้าไม่ซื้อก็ออกไปนะ” ของแบบนี้มันน่าอายจริงๆ
งั้นมานั่งไล่เช็คจุดพังกันดีกว่า
หลังโดนเหตุการณ์ข้าวมันไก่ช็อค ก็มานั่งลิสต์ดูว่าทำไมเราถึงคาแบบนี้ทุกที:
- คิดเป็นไทยแล้วพยายามแปลตรงเป๊ะ : เวลาพนักงานถามว่า “For here or to go?” นึกไทยในหัวทันทีว่า “กินที่นี่หรือเอากลับบ้าน” พอจะตอบกลับก็ต้องมานั่งเรียงคำใหม่เป็นอังกฤษ แค่นี้ก็ช้าพอให้เค้าหงุดหงิดแล้ว
- กลัวพูดผิดจนไม่ยอมเปิดปาก : เคยเจอฝรั่งถามทางทีแรกก็ก้มหน้าหลบ เพราะกลัวออกเสียงเพี้ยนแล้วเค้าไม่เข้าใจ เลยพลาดโอกาสฝึกไปอีก
- ยัดเยียดแกรมมาร์จนพูดขัด : ตอนเรียนชอบจำว่าประธานเอกพจน์ต้องตามด้วยกริยาเติม s พอพูดจริงๆนึกเรื่องนี้ทุกที สุดท้ายไม่ยอมพูดเพราะกลัวผันผิด!
หาวิธีแก้แบบบ้านๆ แต่ได้ผลชัวร์
หลังจากมั่วมาสักพักก็ค้นพบว่าวิธีเทพแบบไม่ต้องเสียตังมีจริง:
- เลียนแบบเสียงแบบเด็กเนียนๆ : หยุดแปล! เริ่มฝึกกับคลิปในโซเชียลที่มีซับไทย ให้ดูปากฝรั่งเวลาเค้าพูด แล้วเลียนแบบเป๊ะๆแบบไม่ต้องคิดแกรมมาร์ เช่น เค้าพูดว่า “Wanna grab some coffee?” ก็พูดตามเสียงเนี่ยไปเลย เหมือนเด็กท่องแบบไม่ต้องรู้เรื่อง
- หยุดท่องศัพท์แบบนกแก้ว : เคยกดสมองท่อง “perseverance = ความมุมานะ” จนสมองเบลอ ตอนนี้เปลี่ยนเป็นเปิดฟังข่าวสั้นๆวันละ 3-5 นาที แล้วฟังซ้ำจนหูชิน แค่นี้ก็ปิ๊งศัพท์ในหัวได้เองตอนต้องการพูด
- สร้างประโยคง่ายๆที่ใช้ได้ทุกวัน : ไม่ต้องคิดประโยคซับซ้อน! ลองเริ่มจากสิ่งที่เจอบ่อย เช่น เวลารถไฟฟ้า crowded ก็บอกตัวเองว่า “Too many people!” ถ้าวันไหนร้อนแบบคลายฝนก็บ่นว่า “So hot today!” แค่นี้ก็โอเคแล้ว
- คุยกับตัวเองหน้าบานพาเพลิน : ตื่นมาอาบน้ำก็บอกตัวเองว่า “I’m brushing my teeth” หรือเดินช้อปปิ้งก็พึมพำว่า “This shirt is nice!” ดูบ้าไปหน่อย แต่ฝึกให้สมองฟังอังกฤษจนชิน
ทิ้งท้ายกับผลลัพธ์กวนๆที่ได้มา
หลังจากบ้ากับวิธีนี้ไปเดือนนึง พอไปตลาดนัดเจอฝรั่งถามทาง พูดไปแบบติดขัดๆ แต่คราวนี้ ไม่หนีแล้วนะ! ถึงแม้จะเรียงประโยคว่า “You… go straight… turn left at 7-Eleven” คำมันแปลกๆหน่อย แต่ฝรั่งก็พยักหน้ารับรู้ได้นะ! ที่สำคัญตอนจะซื้อเสื้อก็ดันนึกได้ขึ้นมาว่า “It’s too expensive” ใช้ได้แบบไม่น่าเชื่อ ส่วนเรื่องแกรมมาร์นั่น…ยังผิดบ้างถูกบ้าง แต่ไม่สนใจแล้วเพราะคนฟังเขาเข้าใจ!
สรุปสั้นๆเลยคือ หยุดคิดเยอะแล้วเริ่มพูดอย่างเดียว จริงอยู่ที่ตอนแรกมันจะงงๆ พูดผิดบ้างถูกบ้าง แต่ถ้ายังไม่ลงมือเปิดปาก ก็ไม่มีทางเก่งได้หรอกครับ