เริ่มจากการเดินไปร้านหนังสือเมื่อปีก่อน ซื้อหนังสือเรียนภาษาอังกฤษเล่มหนาๆ มานะ กระเป๋าแทบขาด พอเปิดมาก็เขียนไว้ใหญ่เลย “พื้นฐานถึงคล่องใน 3 เดือน” ตื่นเต้นโคตร!
ทำไมถึงมาเริ่มใหม่แบบนี้
เพราะตอนเด็กๆ เคยเรียนพิเศษภาษาอังกฤษปีนึง พอโตมาก็ลืมหมด เลยคิดว่าเริ่มต้นใหม่ทีละขั้นน่าจะเวิร์ค
สิ่งที่ได้ลองทำไปแล้ว
- ท่องศัพท์วันละ 10 คำ หน้าหนังสือติดโพสอิทสีรุ้ง
- ดูยูทูปฟรีวันละ 1 ชั่วโมง บางทีหลับคาหน้าจอ
- แชทกับแอพสอนภาษา ถ้ามันถามว่า “How are you?” ก็ตอบได้แต่ “I’m fine”
- แอบพูดกับตัวเองในกระจกตอนอาบน้ำ
ปัญหาที่เจอ
คือพอถึงเวลาใช้จริง ตอนสั่งกาแฟกับฝรั่งขาเบาเลยนะ ตูดแทบแตก! พยางค์แรกยังไม่ทันออก ปากมันสั่นเหมือนโดนแช่แข็ง ติดขัดตอนพูด เหมือนสมองมี ปลั๊กฟิวส์ขาด เลยกลับไปนั่งมึน
จุดเปลี่ยนสำคัญ
เจอครูคนไทยคนหนึ่งที่เคยเป็นเหมือนกัน เล่าให้ฟังว่า “แกเล่นแต่ปูพื้น แต่ไม่เคยลงมือก่อกำแพง” คือเรารู้ศัพท์ก็จริง แต่ไม่เคยเรียนวิธีเอาศัพท์มาประดิษฐ์เป็นประโยค ท่องแต่ของสำเร็จรูป
เหมือนเราเก็บตะปูเก่งมาก แต่เวลาจะตีกรงนกนี่แหละ ไม้ก้อเป็นเหล็ก ค้อนก้อนกลม มือเปื้อนเลือด!
วิธีแก้ที่ลองแล้วเห็นผล
- เปลี่ยนจากท่องเป็นสร้าง เช่น ถ้ารู้คำว่า apple แทนที่จะท่องว่า “แอปเปิ้ล” เอามาสร้างประโยคเอง “This apple is red” หรือ “I hate apple pie”
- เลิกอัดวิดีโอแบบเก่า เปลี่ยนเป็น จับเวลาพูด 1 นาที บันทึกเสียงตัวเองอัดทุกวัน คุยกับกระจกจริงจัง ไม่มโน
- เอาประโยคจากซีรีส์มาแยกชิ้นส่วน ดูว่า มันเอากาวอะไรติดคำเข้าด้วยกัน
สิ่งที่ค้นพบ
พอเริ่มแก้จุดนี้เลยรู้สึกว่า ภาษาไม่ใช่แค่ของสะสม มันเป็นเครื่องมือก่อสร้าง ยิ่งก่อบ่อยๆ เสียงก็เริ่มไม่สั่น ตอนสั่งกาแฟคราวที่แล้ว แม้พูดติดขัดแต่ก็รู้สึกว่า “อ่าว มันมีฟิวส์ใหม่อยู่ตรงนี้นี่เอง!” ตอนนี้เริ่มเห็นกำแพงตัวเองสูงขึ้นทีละก้อนละนะ