เรียนแกรมมาร์อังกฤษแบบไหนดี หลักสูตรเด็ด 7 เรื่องที่ต้องรู้

0
56

ก็เริ่มจากที่เราไปนั่งดูคลิปฝรั่งในยูทูปนี่แหละ รู้สึกแบบว่าอยากพูดได้แบบเค้า แต่พอเปิดปากทีไรก็ติดๆขัดๆทุกที เลยคิดว่าต้องมาจัดการแกรมมาร์ซะหน่อย

แรกสุดก็ลองหาซื้อหนังสือแกรมมาร์มาดู ไปยืนร้านซีเอ็ดครึ่งวัน เอาชื่อดังๆทั้ง “English Grammar in Use” กับ “Oxford Practice Grammar” มากองไว้บนเตียง ซื้อมาเพราะเห็นรีวิวว่าเทพ แต่พอเปิดอ่านหน้าแรกก็เอียงคอแล้ว ตารางเยอะแยะไปหมด แถมศัพท์อธิบายยากเป็นช่วงๆ เหมือนอ่านคู่มือเครื่องซักผ้าเลยอ่ะ

พอหนังสือพังก็หันไปหาคอร์สออนไลน์

ลงทุนซื้อคอร์สชื่อดังแบบเรียนสดผ่าน zoom กะครูฝรั่งนิดนึง เห็นรีวิวว่าง่าย เป็นธรรมชาติ แต่เรียนไปสามคลาสก็หมดแรง อัดเนื้อหากระหน่ำสัปดาห์ละ 12 tense + conditionals แถมครูพูดเร็วมาก บางทีถามกลับเป็นภาษาลาวด้วยซ้ำ เรียนจบแล้วยังมึนกว่าเดิม

มันไม่เข้าไปในหัวจริงๆนะ แล้วเราก็รอไม่เป็น พอพานักท่องเที่ยวฝรั่งทีไรนึกแกรมมาร์ไม่ออกทุกที

จุดเปลี่ยนเจอในร้านสเต็ก

วันนึงไปเจอคู่สามีภรรยาฝรั่งนั่งกลุ้มอยู่ เราเข้าไปช่วยแปลเมนูให้ เค้าถามว่า “How come you know English this well?” ทั้งๆที่เราแค่พูดแบบงูๆปลาๆ! แต่เพราะเราใช้โครงสร้างง่ายๆแค่นี้เอง:

  • ใช้ Can I…? เวลาขอความช่วยเหลือ
  • เติม Actually ตอนแก้ความเข้าใจผิด
  • โยน You know… เวนจะอธิบายอะไรยากๆ

เลยตาสว่างขึ้นมาเลยว่า แกรมมาร์ที่ใช้ในชีวิตจริงมันไม่ต้องเป๊ะขนาดนั้นนี่นา

กลับบ้านมานั่งจดบันทึกให้ตัวเองใหม่ จับจุดแกรมมาร์ที่เห็นในซีรีส์ยอดนิยมกับคลิปประจำวันเจ็ดเรื่อง แบบที่เอาไปใช้ได้ชัวร์:

  • Present Simple ใช้ตอนบอกความจริงทั่วไป : “It opens at 10.” แค่นี้จบ ไม่ต้องคิดเยอะ
  • Going to ใช้เวลาเห็นอะไรชัดๆ : เดินเห็นฝนดำเมฆาดำ “It’s gonna rain.”
  • Present Perfect ชอบโผล่ตอนคุยประสบการณ์ : เวลาใครถามเล่นเกมมากี่ประเทศ “I’ve been to three countries.”
  • Comparatives เอาไว้เปรียบเทียบตอนช้อป : “This one is cheaper than that.”
  • Modal verbs แก่นสาร : should / could / would เก็บแค่หลักๆพอ ใช้บ่อยสุดคือ “Could you…?”
  • -ing form ตามหลังกริยาพวก like/love/hate : “I love eating here.”
  • Past Simple ใช้เล่าเรื่องธรรมดา : ส่วนใหญ่เติม -ed จบ “We watched Netflix yesterday.”

เจ็ดหัวข้อนี้เอามาประยุกต์ได้ทุกสถานการณ์จริงๆ บริบทไหนใช้ตรงไหนจะจำง่ายเพราะมีตัวอย่างให้เห็นตา

ฝึกโดยการแอบเลียนแบบในรายการเรลลิตี้ฝรั่งนี่แหละ ใครพูดประโยคสั้นๆก็ขโมยโครงสร้างเค้ามาใช้ วันนึงเก็บได้สิบกว่าประโยคแบบไม่รู้ตัว

สรุปงี้แล้วกัน : ไม่ต้องไล่ท่องแบบแผนผังให้รกสมองหรอก หยิบหลักที่ใช้บ่อยๆจริงๆซักสองสามเรื่องก่อน เดี๋ยวมันจะค่อยๆเชื่อมกันเองโดยไม่ต้องท่อง แกรมมาร์ชีวิตจริงมันเละเทะกว่างานเขียนอีกน้า…