ตอนนั้นอยากเก่งภาษาอังกฤษมากๆ แต่ทำงานก็ยุ่ง จะไปเรียนที่โรงเรียนสอนภาษาก็ไม่มีเวลา เลยคิดว่าลองหาเรียนออนไลน์ดูดีกว่า
สตาร์ทยังไงก็ไม่รู้
เปิดกูเกิลเสิร์ชทีแรก งงมาก! พิมพ์หา “คอร์สเรียนอังกฤษออนไลน์” แล้วเจอโรงเรียนเป็นร้อยเว็บ ล้านโปรโมชั่น อะไรลด 70% รับรองผล บลาๆ ตาลายหมด เหมือนเดินเข้าร้านขายกาแฟแล้วมีเมนูเป็นร้อยแก้ว
มานั่งแปะตารางเปรียบเทียบ
หยิบกระดาษ A4 มากางแล้ววาดตารางแบบเด็กประถม:
- คอลัมน์แรก เขียนชื่อคอร์ส ที่น่าสนใจ 10 อัน
- คอลัมน์สอง เช็กราคาต่อเดือน พวกแพ็คเก็จ 3/6/12 เดือนราคาต่างกันเป๊ะ
- คอลัมน์สาม นับชั่วโมงเรียน บางคอร์ส 50 ชม. บางที่ 30 ชม. แต่อัดหนังสือมาเป็นกล่อง
- คอลัมน์สี่ เดโมฟรี ขีด✓ ใส่ตรงคอร์สให้ทดลองก่อนจ่ายตัง
เหมือนได้เล่นเกมเปรียบเทียบ Spec โทรศัพท์เลย แต่นี่มันคอร์สเรียนนะเว้ย!
ดักจุดหลอกในโฆษณา
บางที่ตัวใหญ่หน่อย ป้ายลด 50% พอเข้าไปดูเงื่อนไขจิ๋ม…ลดเฉพาะคอร์ส Business English ที่ราคาเดิมแสนเเพง! บางเว็บบอก “เรียนกับครูเจ้าของภาษา” พอลองคลิกดูรีวิว…ครูคนไทยสอน สารภาพว่าปวดหัวหลายรอบ
ทดลองเรียนฟรีจนตาลาย
ใช้สองวันเต็ม นั่งคลิกทดลองคอร์ส 5 แห่ง บางที่เจอครูเสียงหล่อสอนน่าเบื่อ บางที่สอนเร็วปรู๊ดเหมือนรถไฟเหาะ จำได้หนึ่งคอร์สนั่งเรียนไปหาวไปด้วย สุดท้ายเว้นว่างไว้ในตารางว่า “หลับง่ายมาก” 555
เปิดสมุดบัญชีช่วยตัดสินใจ
ลิสต์คอร์สที่ชอบไว้ 3 อัน แล้วเอาตารางมาเทียบกับเงินในบัญชี…
- ตัวเลือกแรก เรียนสดกลุ่มเล็ก เดือนละเกือบพัน แต่เวลาไม่ตรงกับงาน
- ตัวเลือกสอง ราคาถูกครึ่งเดียว เรียนวีดีโอย้อนหลัง ได้ แต่ไม่มีครูมาตอบคำถาม
- ตัวเลือกสาม อยู่กลางๆ ราคา มีบทสนทนาอาทิตย์ละครั้ง เนื้อหาไม่เยินแต่อัดแน่น
สุดท้ายจัดตัวกลาง!
เงินไม่ฟุ่มเฟือยแต่ก็ไม่อยากเสียเงินเปล่า เลือกคอร์สที่สาม จ่ายแบบรายเดือนก่อน ถ้าไม่ชอบจะได้ไม่ติดภาระ เลิกเรียนเดือนหน้าไม่ต่อก็ได้ ไอเดียนี้มาจากเพื่อนที่เคยโดนมัดจำคอร์ส 6 เดือนแล้วลาออกไม่ได้
ตอนนี้เรียนไปสองอาทิตย์ ไม่เวิร์คสุดๆ แต่มันก็เวิร์คในราคาที่จ่ายไหว ครูจะนัดคุยทีต้องตื่นตีห้าเพราะเวลาต่างประเทศ แต่ก็คุยฝรั่งได้จริง เอาไว้ค่อยมาอัพเดทว่าจบคอร์สแล้วจะเก่งขึ้นมั้ย!