เป็นเวลานานแล้วที่อยากฝึกพูดภาษาอังกฤษให้เก่งขึ้นนะ เพราะงานใหม่ที่บริษัทต้องติดต่องานกับลูกค้าต่างชาติ ส่วนตัวผมภาษาอังกฤษไม่ค่อยดีนัก ก่อนหน้าที่นึกถึงคอร์สเรียนคงใช้เงินสูงเลยหาแอปฟรีๆดูแบบไม่ต้องจ่ายเงินเยอะ
หาของฟรีไปก่อนเนอะ
ผมเปิดมือถือดาวน์โหลดแอปพูดภาษาอังกฤษฟรีมาปุ๊บ รีบเริ่มต้นเปิดดูเลยครับ แอปนี้นั้นมีฟีเจอร์พูดตามบทสนทนา พอกดเริ่มฝึกปุ๊บก็ตะโกนตามเสียงใสเลย แรกๆมันส์มากนะนึกว่าทำถูกแล้ว เพราะแอปมันบอกว่าให้พูดตามๆไปเรื่อยๆ ตอนแรกนึกว่าคงดี แต่หลังจากฝึกไปสามวัน ตอนไปคุยกับเพื่อนที่ทำงานแล้วดันพูดผิดไวยากรณ์ตลอดเลย เหมือนพูดโทนเสียงไม่เป็นธรรมชาติ เพื่อนยิ้มๆแล้วไม่เข้าใจผมซะงั้น
ที่น่าคิดคือ ผมคงใช้ผิดวิธีไหม? เพราะผมแค่เน้นพูดตามเสียงใสโดยไม่ฟังว่าไวยากรณ์หรือบทสนทนาจริงๆมันควรเป็นยังไง ตอนกลางคืนผมกลับมาทบทวนตัวเอง ย้อนไปดูประวัติการฝึกในแอปแล้วเจอว่า ใช้แอปแบบป่ะปนกันมั่วๆ ไม่มีขั้นตอนเลย เอาแต่กดเล่นฟีเจอร์มันส์ๆแบบไม่มีระบบ เช่น ปิดตาแล้วตะโกนตามเสียงโดยไม่เปิดดูตัวหนังสือประกอบ ซ้ำร้ายแอปฟรีมันไม่มีระบบเช็กความถูกต้องให้ ผมเลยสะสมความผิดพลาดไปเรื่อยๆแบบไม่รู้ตัว จนพูดจริงแล้วติดขัดตลอด
วิธีเลี่ยงปัญหาเด็ดที่ผมลองแล้วเวิร์ค
- เริ่มต้นฝึกแบบมีระเบียบ : ผมเลิกเล่นมั่วๆเลยครับ หันมาดูแผนการฝึกในแอปให้ดี ก่อนฝึกแต่ละตอน นั่งศึกษาเบื้องหลังว่าบทสนทนานี้ใช้ในสถานการณ์ไหนจริงๆ เช่น เรื่องการทักทายในที่ทำงาน ค่อยๆฝึกพูดตามทีละประโยค แล้วเงียบฟังเสียงตัวเองว่าพูดตรงกับต้นฉบับไหม
- เสริมด้วยวิธีจดโน้ต : ไม่แค่พึ่งแอปอย่างเดียว ผมยืมสมุดมาจดข้อผิดพลาดที่เคยทำบ่อยๆ เช่น ลืมเติม s ในคำกริยา พอฝึกเสร็จก็อ่านโน้ตก่อนนอนทุกคืน ให้มันติดสมองไปเอง
- ฝึกกับคนจริงๆเพิ่ม : แอปฟรีมันดีนะ แต่ไม่มีมนุษย์ตอบโต้ ผมหัดไปคุยกับเพื่อนที่เชี่ยวชาญภาษาอังกฤษตอนพักเบรก แล้วให้เค้าติคำพูดผมตรงๆเลย ถ้ามีผิดก็แก้ทันที
หลังจากปรับใช้วิธีเลี่ยงพวกนี้ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ตอนนี้การพูดภาษาอังกฤษของผมดีขึ้นชัดเจนครับ คุยกับเพื่อนแล้วคล่องขึ้น ไม่ติดขัดเหมือนก่อน แถมลดปัญหาพูดผิดแบบกวนใจได้เยอะเลย ส่วนแอปฟรีนั้นผมยังใช้อยู่ แต่รู้แล้วว่าต้องใช้อย่างฉลาด ห้ามตามใจมันมากเกินไป ทุกอย่างอยู่ในมือเรานี่แหละ!