ไวยากรณ์ อังกฤษ พื้นฐาน

0
54

ก็อย่างว่าหน่ะ พอดีรู้สึกว่าพื้นฐานตัวเองมันยังงูๆปลาๆ เลยตัดสินใจเริ่มนับหนึ่งใหม่กับไวยากรณ์อังกฤษเบื�องอีกที อ่านมาหลายปีแต่เขียนยังเหมือนเด็กประถมเลยเว้ย

เริ่มมั่วนะ เปิดหนังสือเก่าเก็บ

เอาจริงขี้เกียจไปหาหนังสือใหม่ แกะหนังสือไวยากรณ์เล่มสีเขียวที่ฝุ่นจับหนาปึ๊กจากชั้นบนสุด แค่พลิกหน้าสารบัญคือมึนเลยอะ เนื้อหาถี่ซะจนตาลาย ตอนแรกคิดว่าจะอ่านแบบละเอียดแต่ผ่านไปแค่สิบนาที…เปลี่ยนแผนทันที เฮ้ยเอาจริงวันนี้แค่อยากจัดส่วนฐานให้แน่นก่อน!

ตั้งกฎเหล็กในหัว

  • ยกเลิกการท่อง: ถ้ายังท่องพวก 12 tense ทั้งหมดอีกคือบื้อไปแล้ว จำแค่ 5 ตัวหลักที่คนเขาใช้บ่อยๆจริงๆพอ
  • ห้ามนับเยอะ: เลิกนับจำนวนบทเรียน เลิกบ้าตัวเลขว่าจะจบภายในกี่วัน มันไม่เคยได้ผลตั้งแต่สมัยเรียน
  • เน้นแบบยกมือถาม: ถ้าไม่เข้าใจให้ถามดิ้งแบบไม่ต้องอาย บทเรียนไหนงงก็จิ้มคอมเมนต์ถามบอทในแอปเรียนซะเลย

ลงมือจับของจริง

เริ่มจากแกนหลักที่เห็นจนเบื่อแต่ต้องรู้ให้แม่น : Present Simple นี่แหละ กูเจอตัวนี้ทุกที่ตั้งแต่ป้ายร้านข้าวจนถึงซีรีส์เน็ตฟลิกซ์ แต่พอถามเหตุผลว่าทำไมต้องเติม s บ้างไม่เติมบ้างกลับอ้ำอึ้ง พอมาเขียนจริงก็เผลอใส่ s มั่วไปหมด เขียน I drinks น้ำทุกวัน ยังกะหมาดื่มน้ำ เครียด! เลยย้อนไปดูกฎง่ายๆ อ่า…ถ้าประธานเป็น He/She/It ถึงต้องเติม s ฮ่าๆ กูเคยโดนครูตีมือเรื่องนี้ตั้งแต่อนุบาล!

พอพรีเซนต์ซิมเปิ้ลคล่องขึ้นนิดหน่อยก็ขยับไป Present Continuous คราวนี้เจอคำว่า * be + * แพงพุงใหญ่เลยวะ หัวรนแรงจนต้องหยิบปากกามาจดขอบหน้าหนังสือว่า “น้องเบิร์ดต้องลืม to be เป็นตาย ><" จำไปฝันเอาละกัน

ชะงักงันกับอดีตที่ผ่านมา

พอเริ่มไปถึง Past Simple คือมึนตึ้บ! เวลาต้องเล่าเรื่องเก่าๆ แล้วยัดคำกริยาไม่ถูกว่าต้องเติม -ed หรือเปลี่ยนรูปดี เขียนไปว่า I goed to school yesterday ระเบิดความอ่อนภาษาแบบไม่อายฟ้าดิน พอดีนึกขึ้นได้ว่ามันคือกริยาอปกติที่ไม่มีกฎตายตัว เลยหยิบสมุดอีกเล่มมาทำลิสต์คำที่ใช้ประจำแบบยัดหน้าเลย 20 คำแบบไม่ยอมนอน เช่น go=went, see=saw เย้ยย…นี่มันชั้น ป.4 อีกแล้ว!

อาวุธลับติดกระเป๋า

  • หนังสือพจนานิคมเปียโน: แบบสองภาษาไทย-อังกฤษ พลิกไปมาช่วยได้เวลางงว่า ศัพท์คำนี้มันเป็น verb หรือ noun
  • สติ๊กเกอร์แปะผนัง: เขียนตาราง * be และกริยาช่วยติดข้างฝา ที่เห็นทุกวันจนเกลียด แต่มันช่วยไม่ให้ลืมตอนแต่งประโยค
  • เลคเชอร์แบบเด็กแก้ผ้า: เขียนกฏด้วยสีหวานจัด นี่คือนามเอกพจน์เติม S เลยต้องห้ามเขียนเป็นตัวย่อให้รกสมุด

รู้เลยว่ายังอ่อนอยู่

พอเริ่มมีพื้นฐานหน่อยก็อยากทดสอบฝีมือเลยลองไปอ่านกระทู้ในชุมชนต่างชาติ ป้าโห…แค่ตั้งกระทู้ก็เจอคำถามมาแจมว่า “Your sentence structure needs work” รัวเข้ามาเป็นดอกเห็ด บอกตามตรงแค่นี้ก็เห็นผลแล้วว่าต้องฝึกแต่งประโยคให้เป็นเหลี่ยมเป็นมุมกว่านี้ แต่เฮ้ย! กว่าจะไปถึงขั้นนั้นคงต้องนอนกับพื้นแกรมม่าไปอีกพักใหญ่ละ

สรุปคือวันนี้ได้รู้ว่าการทวนพื้นฐานนี่มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็นเรื่องน่าชมหน่อยๆนะ แม้จะกูเกิ้ลไป 10 ทีกว่าจะเข้าใจการใช้ been และ gone แต่ถือว่าคืนฟื้นความจำได้ตั้ง 20% เอาเป็นว่าพรุ่งนี้จะชกต่อกับ Present Perfect ละกัน อิ้งอย่ามาฆ่ากูนะ!